แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SPA 1-3.3 สิทธิผู้ป่วย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SPA 1-3.3 สิทธิผู้ป่วย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สิทธิผู้ป่วย 10 ประการ

สิทธิผู้ป่วย  ๑๐  ประการ

๑. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
๒. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติเนื่องจากความแตกต่างด้านฐานนะ เชื้อชาติ สัญชาติ   ศาสนา สังคม สิทธิด้านการเมือง เพศ อายุและอายุลักษณะของการเจ็บป่วย
๓. ผู้รับบริการมีสิทธิที่จะได้ทราบข้อมูลอย่างเพียงพอและชัดเจน  เพื่อสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอมและไม่ยินยอมให้การรักษาพยาบาล
๔. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะฉุกเฉินมีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือโดยรีบด่วน ตามความจำเป็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีโดยไม่คำนึกว่าผู้ป่วย    จะขอร้องหรือไม่
๕. สิทธิของผู้รับบริการที่จะได้รับทราบ ชื่อสกุลและประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่จะเป็นผู้ให้บริการตน
๖. ผู้มารับบริการมีสิทธิที่จะขอความคิดเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านอื่นที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตนเอง  และมีสิทธิขอเปลี่ยนผู้บริการและสถานบริการได้
๗. ผู้รับบริการมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเองจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือปฏิบัติตามกฎหมาย
๘. ผู้รับบริการมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนในการตัดสินในเข้าร่วม/ถอนตัว จากการเป็นผู้ถูกทดลองในการทำวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ
๙. ผู้มารับบริการมีสิทธิ ที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับ การักษาพยาบาลเฉพาะของตน ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของผู้บุคคลอื่น
๑๐. บิดา มารดา โดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่มีอายุไม่เกิน ๑๘ ปี บริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายและทางจิต ไม่สามรถใช้สิทธิด้วยตนเองได้

F-IMT-001-แบบคำขอและขอสำเนาเวชระเบียน เพื่อการต่างๆ

F-IMT-001
แบบคำขอ และขอสำเนาเวชระเบียน เพื่อการต่างๆ

                                                                                                            ที่……………………………….
                                                                                                วันที่……..เดือน…………….พ.ศ………
ข้าพเจ้า (นาย / นาง / นางสาว………………………………………………………………………………………………………….……………….
อยู่บ้านเลขที่……………….หมู่ที่…………บ้าน……………….ถนน………………….…..ตำบล…………….…....อำเภอ………………….……………….จังหวัด…………………………………..โทรศัพท์………………………………..…………….มีความประสงค์
ขอดูและใช้ข้อมูลของผู้ป่วยในเวชระเบียนเป็นเวลา……..…….จำนวน……….แฟ้ม
ขอสำเนาเวชระเบียนที่มีข้อมูลของผู้ป่วย
ขอดูและขอสำเนาเวชระเบียนที่มีข้อมูลของผู้ป่วย
ชื่อ(นาย/นาง/นางสาว)…………………………………….....................................................................................ตามบัตรประจำตัวผู้ป่วยเลขที่ เพื่อ………………………………………………………………………….พร้อมกับคำขอข้าพเจ้าได้แนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำขอ คือ
( 1 ) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ยื่นคำขอ
( 2 ) หนังสือยินยอมของผู้ป่วยที่ยินยอมให้ดู ใช้หรือสำเนาข้อมูลในเวชระเบียนและสำเนาบัตร
ประจำตัวประชาชนผู้ป่วย
                        ( 3 ) หลักฐานแสดงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องขอดู ใช้หรือขอสำเนาเวชระเบียน
คือ………………………………………………….หลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี)……………………………………......
ลงชื่อ………………………………….
     (………………………………….)
 

เรียน      หัวหน้างานเวชระเบียน
                         อนุญาตให้ดูข้อมูลและใช้ข้อมูลในเวชระเบียนตามที่ขอ
                         อนุญาตให้สำเนาเวชระเบียนตามที่ขอ จำนวน……..ฉบับ
                         ไม่อนุญาต เพราะ…………………………………………
                                                                        (ลงชื่อ)………………………………..
                                                                              (………………………………….)
                                                                           ผู้อำนวยการ / แพทย์เจ้าของไข้
                                                                                 ……./….....…./.......……..
ข้าพเจ้าได้            ดูข้อมูลแล้ว
                         รับสำเนาเวชระเบียนแล้ว รวม…….ฉบับ
                         ดูและรับสำเนาเวชระเบียนแล้ว รวม……...ฉบับ
(ลงชื่อ)………………………………................
                                                                              (…………………………………..............)
                                                                                    ......……./.........……./….....…..






F-IMT-003 หนังสือยินยอมให้เปิดเผยประวัติการรักษาพยาบาล


F-IMT-003

หนังสือยินยอมให้เปิดเผยประวัติการรักษาพยาบาล

เขียนที่.......................................................
วันที่...............เดือน.............................พ.ศ....................

            ข้าพเจ้า(นาย,นางนางสาว)..................................................................................................................................................
[เป็นผู้ปกครองโดยชอบธรรมของ ด.ช.,ด.ญ..............................................................................................................................(กรณีผู้ป่วยเป็นเด็ก) ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย เมื่อวันที่............เดือน....................พ.ศ.................     ถึงวันที่.............เดือน........................................พ.ศ...................... ยินยอมให้เปิดเผยประวัติการรักษา เพื่อ
            [  ] ประกอบการรักษาพยาบาล
            [  ] ประกอบเป็นหลักฐานทางกฎหมาย
            [  ] อื่น ๆ (ระบุ)...............................................................................................................................

            โดยข้าพเจ้าได้แนบหลักฐาน บัตรหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรข้าราชการของผู้ยินยอมให้เปิดเผยประวัติมาด้วยแล้ว


    (ลงชื่อ)…………………………………..ผู้ให้ความยินยอม
 (…………………………………..)

(ลงชื่อ)…………………………………..พยาน
 (…………………………………..)

(ลงชื่อ)…………………………………..พยาน
 (…………………………………..)


หมายเหตุ            ถ้าผู้ยื่นคำร้องเขียนหนังสือไม่ได้ ให้พิมพ์ลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐานในช่องลงชื่อ
                        เอกสารฉบับนี้จะต้องใช้เอกสาร แบบคำขอและขอสำเนาเวชระเบียนเพื่อการต่างๆ







WI-IMT-การข้อมูลประวัติการรักษาเวชระเบียนผู้ป่วย

การข้อมูลประวัติการรักษาเวชระเบียนผู้ป่วย
............................

ขั้นตอนการขอประวัติการรักษา เวชระเบียนผู้ป่วย
เจ้าของประวัติ (หากเป็นญาติมาขอแทนต้องมีสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของประวัติและญาติ)
1. กรอกเอกสารบันทึกขอประวัติ (ห้องบัตร) เสนอ ผอก.เพื่อขออนุมัติเปิดเผยประวัติ
2. ถ่ายเอกสาร ลงลายมือชื่อ พร้อมประทับตราโรงพยาบาลในสำเนาเวชระเบียน (หัวหน้างาน  เวชระเบียน)
3. ลงทะเบียนการขอประวัติในโปรแกรม HOSxP และพิมพ์ใบคำขอให้ผู้มาขอประวัติ ลงลายมือชื่อรับประวัติไป
4. ค่าธรรมเนียมการค้นประวัติ สำหรับเจ้าของประวัติ 50 บาท  
5. เก็บหนังสือไว้ในแฟ้มเอกสาร การขอประวัติเวชระเบียน

บริษัทประกันชีวิต
2. รอกเอกสารบันทึกขอประวัติ (ห้องบัตร) เสนอ ผอก.เพื่อขออนุมัติเปิดเผยประวัติ
3. ถ่ายเอกสาร ลงลายมือชื่อ พร้อมประทับตราโรงพยาบาลในสำเนาเวชระเบียน (หัวหน้างานเวชระเบียน)
4. ลงทะเบียนการขอประวัติในโปรแกรม HOSxP และพิมพ์ใบคำขอให้ผู้มาขอประวัติ ลงลายมือชื่อรับประวัติไป
5. ค่าธรรมเนียมการขอประวัติ สำหรับบริษัทประกัน 100 บาท
6. เก็บหนังสือไว้ในแฟ้มเอกสาร การขอประวัติเวชระเบียน

บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล
๑. บันทึกการขอยืม/ทำสำเนาประวัติลงในโปรแกรม HOSxP และพิมพ์คำขอยืมประวัติผู้ป่วยเสนอ หัวหน้างานเวชระเบียน เพื่ออนุมัติ
๒. ลงลายมือชื่อในแบบคำขอยืม/ขอทำสำเนาประวัติผู้ป่วย
๓. เก็บหนังสือไว้ในแฟ้มเอกสาร การขอประวัติเวชระเบียน

บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลอื่น(เพื่อเหตุผลประกอบการรักษา)
1. บันทึกการขอยืม/ทำสำเนาประวัติลงในโปรแกรม HOSxP และพิมพ์คำขอยืมประวัติผู้ป่วยเสนอ หัวหน้างานเวชระเบียน เพื่ออนุมัติ
2. ลงลายมือชื่อในแบบคำขอยืม/ขอทำสำเนาประวัติผู้ป่วย
3. เก็บหนังสือไว้ในแฟ้มเอกสาร การขอประวัติเวชระเบียน

นักเรียนนักศึกษาหลักสูตรแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล กายภาพบำบัด และนักวิชาการสาธารณสุข
1.บันทึกการขอยืม/ขอทำสำเนาประวัติลงในโปรแกรม HOSxP และพิมพ์คำขอยืมประวัติผู้   ป่วยเสนอ หัวหน้างานเวชระเบียน เพื่ออนุมัติ
2.ลงลายมือชื่อ พร้อมประทับตราโรงพยาบาลในสำเนาเวชระเบียน โดยมีครูพี่เลี้ยงลงลายมือชื่อรับรอง เก็บหนังสือไว้ในแฟ้มเอกสาร การขอประวัติเวชระเบียน

WI-PCT-แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิผู้ป่วย ของ รพร.ด่านซ้าย

แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิผู้ป่วยของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย
.....................................


ข้อ  1  ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
ข้อ  2  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ  เชื้อชาติ สัญชาติ  ศาสนา  สังคม  ลัทธิการเมือง  เพศ  อายุ  และลักษณะของความเจ็บป่วย
           เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการผู้ป่วยต้อง

  • ทำความเข้าใจกับสิทธิการรักษาพยาบาลแบบต่าง ๆ
  •  เมื่อพบผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับสิทธิการรักษาที่ควรได้ หรือมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิการรักษา  ให้ส่งปรึกษาศูนย์ประกันทันที  หลังการรักษาภาวะฉุกเฉินเร่งด่วนแล้ว
  •  หากผู้ป่วยต้องการการรักษาที่ไม่อยู่ในสิทธิตามกฎหมาย ต้องชี้แจงและตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายก่อนการรักษา  และบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ  3  ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอและเข้าใจชัดเจน  จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน  เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนหรือจำเป็น
ข้อ  4  ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตมีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี  โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่

  •  แพทย์ต้องอธิบายให้ผู้ป่วยทราบถึงอาการของโรค วิธีการรักษา ผลดี ผลเสียที่อาจจะมีขึ้นด้วยภาษาที่ผู้ป่วยสามารถรับรู้และตัดสินใจได้
  •  ก่อน Admit  แพทย์ต้องแจ้งผู้ป่วยถึงการวินิจฉัยโรคเบื้องต้น  เหตุผลที่ต้อง Admit ระยะเวลาที่คาดว่าจะต้องอยู่โรงพยาบาล  หากต้องทำหัตถการต้องระบุชื่อหัตถการและวิธีการให้ระงับความรู้สึกและให้เจ้าหน้าที่อื่นเป็นผู้จัดการให้ผู้ป่วยลงนามยินยอม (Informed Consent)
  •  หากผู้ป่วยเป็นโรคร้ายแรง  เช่น  มะเร็ง  และแพทย์เห็นว่าผู้ป่วยไม่อยู่ในสภาวะที่จะรับความจริงได้ การบอกความจริงอาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความวิตกกังวลอย่างมาก  ควรบอกกับญาติแทน และปรึกษากับญาติว่าควรให้ผู้ป่วยรับทราบความจริงในระดับใด
  •  การรักษาทางกายภาพบำบัดและการแพทย์แผนไทย นักกายภาพบำบัดและเจ้าพนักงานการแพทย์แผนไทยเป็นผู้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่ผู้ป่วย
  •  การจับยึด มัด แยก ต้องระบุข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ให้ชัดเจนในเวชระเบียนและอธิบายให้ผู้ป่วยหรือญาติทราบ
  •  กรณีผู้ป่วยไม่ยินยอมไม่ร่วมมือในการรักษา  แพทย์มีหน้าที่ให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยว่าจะเกิดผลอะไรตามมา  และบันทึกไว้ในเวชระเบียน  ให้ผู้ป่วยลงนามปฏิเสธการรักษา  และแพทย์ปรับการรักษาที่ผู้ป่วยยอมรับ  หรือส่งต่อให้สถานบริการอื่นดูแลต่อ
ข้อ  5  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ  สกุลและประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็นผู้ให้บริการแก่ตน

  • ทีมรักษาพยาบาลต้องติดป้ายชื่อ และตำแหน่ง หรือแจ้งให้ผู้รับบริการทราบก่อนให้การรักษาพยาบาล
ข้อ  6  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตน  และมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการและสถานบริการได้

  •  ผู้ป่วยที่ตรวจกับพยาบาลแล้วหากต้องการพบแพทย์  ให้ส่งปรึกษาแพทย์
  •  หากผู้ป่วยขอให้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น  ให้ส่งต่อตามขั้นตอนของการใช้สิทธิในระบบประกันสุขภาพ ฯ  ยกเว้นแต่ผู้ป่วยไม่ต้องการใช้สิทธิให้ส่งไปโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยต้องการ
ข้อ  7  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเองจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด  เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

  • กรณีบริษัทประกันขอทราบข้อมูลของผู้ป่วยต้องมี  หนังสือยินยอมจากผู้ป่วยประกอบทุกครั้ง  และนำเอกสารข้อมูลของผู้ป่วยใส่ซองตีตรา “ลับ“ ส่งให้บริษัทประกัน
  • เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่บริษัทที่ทำงานในโรงพยาบาล   ต้องเคารพในศักดิ์ศรีและความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วยและมีหน้าที่ในการปกปิดความลับของผู้ป่วย
  •  การเปิดเผยร่างกายของผู้ป่วย   เพื่อการตรวจวินิจฉัยรักษาพยาบาล  ต้องกระทำในที่มิดชิด  และมีเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำเป็นอยู่ด้วย
ข้อ  8  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้ถูกทดลองในการวิจัยของผู้ประกอบการวิชาชีพด้านสุขภาพ
ข้อ  9  ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฎในเวช-ระเบียนเมื่อร้องขอทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น

  •  เมื่อผู้ป่วยร้องขอประวัติในเวชระเบียน  ให้แพทย์ผู้ดูแลสั่งถ่ายเอกสารให้ผู้ป่วยโดยคิดค่าถ่ายเอกสารได้  แต่ต้องลบข้อมูลส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่นออก  เช่น ติดโรคมาจากใคร
ข้อ  10  บิดา  มารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมอาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์  ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต  ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเองได้

  • การดูแลรักษาผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 18 ปี ให้ขออนุญาตจากพ่อแม่ หรือผู้ปกครองโดยชอบธรรม
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคจิต ปัญญาอ่อน หรือมีภาวะสับสนไม่รู้สึกตัวต้องให้ญาติสายตรงเป็นผู้ใช้สิทธิแทน
  •  กรณีไม่มีญาตินำส่ง ให้ผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมรับรู้ด้วย
  •  ภาวะฉุกเฉิน  เร่งด่วน ไม่อาจรอได้ให้บันทึกเหตุผลความจำเป็นไว้ในเวชระเบียนให้ชัดเจน