แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ COM-ศูนย์คอมพิวเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ COM-ศูนย์คอมพิวเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

7 สิ่งที่ควรหยุดทำทันทีใน Facebook


เจ็ดสิ่งที่ควรหยุดทำทันทีใน Facebook

บท ความนี้เรียบเรียงจาก 7 Things to Stop Doing Now on Facebook
by Consumer Reports Magazine Wednesday, May 12, 2010
  1. ใช้รหัสผ่านแบบง่าย ๆ
    หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อธรรมดา  หรือคำทั่วไปที่สามารถหาพบได้ในพจนานุกรม หรือแม้แต่ตัวเลขที่ลงท้ายรหัสผ่านดังกล่าว ควรใช้การผสมระหว่างด้านหน้า ด้านหลังตัวอักษร ด้วยตัวเลข  หรือสัญลักษณ์ รหัสผ่านควรมีแปดตัวอักษรเป็นอย่างน้อย เทคนิคที่ดีอย่างหนึ่งคือ การเพิ่มตัวเลขหรือสัญญลักษณ์ระหว่างกลางรหัสผ่าน เช่นตัวอย่าง รหัสผ่าน  houses เป็น hO27usEs! หรือใช้คำไทยพิมพ์บนแป้นอักษรภาษาอังกฤษ จะจดจำได้ง่ายกว่า เช่น กูไม่บอก เมื่อพิมพ์จะได้ d^w,j[vd 
  2. ระบุวันเดือนปีเกิดในข้อมูลสาธารณะ 
    โจรภัยทางข้อมูลแบบเบื้องต้น ผู้ไม่หวังดีมักจะใช้ในการค้นหาข้อมูลเพิ่ม เติมเกี่ยวกับตัวคุณ เพราะมันจะมีประโยชน์อย่างมากในการเข้าถึงข้อมูล ธนาคารหรือบัตรเครดิต ถ้าคุณได้ระบุวันเกิด ให้กลับไปที่ข้อมูลส่วนตัว เข้าไปแก้ไขข้อมูลส่วนตัว ระบุข้อมูลพื้นฐานคือ ไม่แสดงวันเกิดในข้อมูลส่วนตัว หรือแสดงเฉพาะวันและเดือนเกิดในหน้า ข้อมูลส่วนตัว 
    (การติดต่อสอบถามเกี่ยวกับบัตรเครดิต มักจะต้องตอบข้อมูลเรื่องนี้ด้วย)
  3. ตรวจสอบการใช้งานของข้อมูลส่วนตัว
    ข้อมูล ทั้งหมดใน Facebook คุณควรกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงของเพื่อน หรือเพื่อนของเพี่อน หรือตัวคุณเอง
    เช่น  การเข้าชมรูปภาพ วันเกิด ศาสนา และข้อมูลของครอบครัว หรือสิ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณเอง เช่น ข้อมูลในการติดต่อ  เบอร์โทรศัพท์ สถานที่อยู่ ควรจำกัดสิทธิ์เฉพาะ บุคคลหรือกลุ่มที่สามารถจะเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว
    หรือจัดการ บล็อก (ห้าม) บุคคลบางคน หรือไม่ให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว
  4. ระบุชื่อบุตรหลาน โดยมีข้อความที่อธิบายหรือตำบรรยายใต้ภาพประกอบ
    ใม่ควรระบุชื่อบุตร หลานหรือป้ายกำกับ (tags) หรือ มีคำอธิบาย/บรรยายรายละเอียดใต้ภาพ และ ถ้าได้มีคนอื่นหรือเพื่อนคุณทำเช่นว่านั้น ก็ขอให้ช่วยแก้ไขหรือลบออก พร้อมกับป้ายกำกับด้วย
    แต่ถ้าชื่อบุตรหลานของคุณไม่ได้อยู่ใน Facebook  แต่ได้มีบางคนได้ระบุข้อมูลดังกล่าวไว้ใน
    ป้ายกำกับ (tags) หรือ หรือมีคำอธิบายหรือบรรยายรายละเอียดใต้ภาพก็ขอให้เจ้าของข้อมูล ดังกล่าวแก้ไข/ลบออกด้วย
    (เป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีใช้ข้อมูล ดังกล่าว ในการก่ออาชญากรรมบางเรื่องได้ง่าย เพราะรู้ว่าเป็นลูกหลาน ของใครมีฐานะการเงินเป็นเช่นไร)
  5. การบอกว่า กำลังออกจากบ้าน
    เป็นนัยที่ สื่อความหมายว่า ไม่มีใครอยู่ในบ้าน หรือคล้ายเป็นการปิดป้ายว่า “ไม่ อยู่” ไว้ที่หน้าบ้านเช่นกัน ให้รอจนคุณกลับถึงบ้านแล้ว ค่อยบอกถึงการผจญภัยหรือความสนุกสนานในการเดินทางหรือการใช้วันหยุดพัก ผ่อน  โดยอาจจะไม่ต้องระบุวันเดือนปีที่เดินทางก็ได้ หรือระบุวันเดือนปีที่เดินทางให้คลุมเครือไม่ชัดเจน
  6. การปล่อยให้ Facebook ค้นหา พบคุณ
    เพื่อป้องกันคนแปลกหน้าเข้าถึงหน้าข้อมูลของคุณ ให้ไปที่การค้นหาของ Facebook ข้อมูลส่วนตัว และเลือกเฉพาะเพื่อนเท่านั้นของ Facebook ที่จะค้นพบข้อมูลดังกล่าว และให้มั่นใจว่ากล่องข้อมูลสาธารณะไม่ได้ระบุ ให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
  7. อย่าให้เด็กใช้ Facebook โดยไม่ตรวจสอบควบคุม
    แม้ว่า Facebook จะไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่าสิบสามขวบ หรือยังไม่ถึงเกณฑ์ใช้งาน แต่หลายคนก็ทำการปลอมอายุเข้าไปใช้ได้ ถ้าคุณมีเด็กหรือวัยรุ่นในความปกครองใช้  Facebook วิธีการที่ดีที่สุดในการตรวจสอบและควบคุม คือ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่ม เพี่อนของเขา หรือให้ใช้ email ของคุณแทนในการติดต่อระหว่างบัญชีของเขา เพื่อที่คุณจะได้รับข้อความหรือตรวจสอบการใช้งานของเขา
    “เพราะสิ่งที่พวกเขาคิดว่าไม่เป็นไร ไม่มีอะไร  กลับกลายเป็นสิ่งที่เลวร้ายอย่างง่ายดาย”
     

    เป็น คำกล่าวของ Charles Pavelites,  ผู้ชำนาญการพิเศษของหน่วยงาน ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากอาชญากรรมทางอินเตอร์เนต

    ยกตัวอย่างเช่น มีเด็กคนหนึ่งมักจะบอกว่า "แม่กำลังจะกลับบ้านแล้ว ฉันต้องไปล้างจาน"
    มักจะบอกทุกๆ วัน ในเวลาเดิมเสมอ มันเป็นการบอกเวลาที่ชัดเจนมาก เกี่ยวกับการเดินทางไปกลับของพ่อแม่
    (บอก ช่วงเวลาที่ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ที่บ้าน คนร้ายอาจกะระยะเวลาก่อกรรมทำชั่ว ได้ง่ายขึ้น)

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิธีทำ COCKPIT จากสเปรตชีตของ Google


เอกสารใน Google อย่าง สเปรตชีต นอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาและวิธีการทำงานคล้ายๆกับ Excel แล้ว ยังมีลูกเล่นในการทำกราฟอย่าง COCKPIT ได้อย่างน่าสนใจ และสามารถใน Code มาแปะเพื่อแสดงผลงานในหน้าเวปได้ง่ายๆอีกด้วย

มีผู้สนใจเมล์มาสอบถามผมว่า วิธีทำกราฟแบบ COCKPIT แบบที่แสดงในหน้าเวปของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้ายทำอย่างไร ผมเลยถือโอกาสนำมาเป็นหัวข้อในการเขียน Blog ในวันนี้ ไปดูวิธีทำกันครับ

1.เริ่มต้นกันด้วยการจัดทำเอกสาร สเปรตชีต โดยตัวอย่างตามภาพผมลงบันทึกข้อมูลตัวชี้วัด และใช้สูตรคำนวณในบางเซลล์เหมือนการใช้งาน Excel ตามปกติครับ โดยเซล์ตัวอย่างที่ผมจะนำไปใช้ในการทำกราฟแบบ COCKPIT คือ C3 ที่มีค่าเท่ากับ 18.00
ภาพที่ 1

2. ให้เพิ่ม sheet เปล่าขึ้นมาอีก 1 sheet ปรับขนาดของเซลล์ตามความต้องการที่จะวางกราฟ เสร็จเรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ปุ่มแทรกแผนภูมิ

ภาพที่ /
3. โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างเครื่องมือแก้ไขแผนภูมิให้เลือกช่วงข้อมูลที่ต้องการนำมาแสดงผลในกราฟ (4) ข้อมูลตัวอย่างที่ผมนำมาแสดงคือ ข้อมูลใน sheet ของ KPI เซลล์ C3 หลังจากนั้นให้เลือกประเภทของกราฟที่ต้องการนำมาแสดง (5) โปรแกรมจะแสดงตัวอย่างของกราฟ COCKPIT แต่เป็นกราฟสีขาวแต่ยังไม่มีสีแสดงความก้าวหน้าของงาน ให้เลือก Tabกำหนดค่า (6)

ภาพที่ 3

4. การกำหนดค่าในแผนภูมิ COCKPIT จะมีช่องให้กำหนดชื่อแผนภูมิ และช่วงของข้อมูลต่ำสูดและสูงสุดของมาตรวัดที่จะเป็นข้อมูลสเกลในกราฟ ส่วนการกำหนดสีสามารถเลือกกำหนดได้ 3 สี โดยมีสีแดง สีเหลือง และสีเขียว

ภาพที่ 4


เมื่อกำหนดค่าต่างๆในกราฟเรียบร้อยแล้ว กดปุ่มแทรก จะได้กราฟนำเสนอผลงานแบบ COCKPIT ในส่วนของเข็มในกราฟจะแสดงผลขึ้นหรือลงตามตัวเลขในช่องข้อมูลที่กำหนด ซึ่งตัวอย่างในกราฟตัวเลขที่นำมาแสดงคือ 18.00 แต่ช่วงของมาตรวัดต่ำสุดคือ 70 ทำให้เข็มอยู่ในตำแหน่งต่ำสุดของช่วงสีแดง..

ซึ่งจากผลที่ทดลองทำดูก็สามารถนำมาใช้ได้ดีในระดับหนึ่ง ถ้าหากกำลังมองหาโปรแกรมที่เกี่ยวกับ COCKPIT มาใช้แต่ยังติดตรงราคาแพงเกินไป หรือยังไม่แน่ใจว่าซื้อมาใช้แล้วจะคุ้มค่าหรือเปล่า ลองใช้ของฟรีใน Gmail ดูก่อนก็เป็นทางเลือกที่ทำได้ง่ายๆ และประหยัดดีครับ

หากมีข้อสงสัยหรือมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในบทความนี้ ติดต่อผมได้ทางอีเมล์ decha015@gmail.com ครับ


วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แรงบันดาลใจ..

ก่อนเลิกงาน ผมแวะไปตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆที่อาคารเชวง-ไน้ เคียงศิริ เห็นปุ๊ นั่งพิมพ์งานเอกสารอะไรซักอย่าง จึงแซวกันตามประสาคนคุ้นเคยว่า "ทำอะไรอยู่..กลับบ้านไปอยู่กับลูกได้แล้ว" ปุ๊ตอบผมว่ากำลังทำเอกสารคุณภาพของโรงพยาบาล และที่ต้องทำงานจนเย็นแบบนี้ก็เพราะผมนี่แหละ.. แม้จะเป็นการพูดคุยแซวกันเล่นๆ แต่ก็เป็นประเด็นให้คุยกันต่อ

ปุ๊ เล่าให้ฟังว่าสาเหตุมาจากระบบคอมพิวเตอร์ที่ปิดล๊อคป้องกันการใช้ usb และอุปกรณ์จำพวก flash drive ทำให้ไม่สามารถก๊อปปี้งานกลับไปทำที่บ้านได้ หรือบางทีต้องส่งไฟล์ไปทางอีเมล์แล้วก็ต้องไปดาวโหลดที่บ้าน ทำงานที่บ้านเสร็จก็ต้องส่งไฟล์มาทางอีเมล์เพื่อมาเปิดที่ทำงาน และรู้สึกยุ่งยากเลยนั่งทำงานต่อที่โรงพยาบาลดีกว่า แต่ปุ๊ก็เข้าใจว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล..แม้จะทำให้ยุ่งยากและกลับบ้านช้าไปบ้างก็ไม่เป็นไร

คุณภาพงานกับคุณภาพชีวิต ผมคิดเสมอว่ามันควรจะไปด้วยกัน.. เทคโนโลยีควรช่วยให้เราทำงานได้ง่ายและมีคุณภาพงานที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ควรทำให้คุณภาพชีวิตของตัวเองและครอบครัวลดลงไป ปัญหาที่เกิดขึ้นกับปุ๊ เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมต้องกลับมาคิดทบทวนเรื่องการวางระบบให้เอื้ออำนวยต่อการทำงานของบุคลากรมากขึ้น และยังคงมาตรฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศได้เช่นเดียวกัน..

ถ้าจะให้เล่าที่มาที่ไปของการนำ Drop box มาใช้ในโรงพยาบาล มาจากปัญหาการทำงานของปุ๊นี่แหละครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมใช้ Dropbox เก็บข้อมูลงานที่บ้านและที่ำทำงานไว้ด้วยกันอยู่แล้ว เพราะผมเองก็ไม่อยากใช้ Flash drive ในการขนย้ายข้อมูลไปมาซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับปุ๊ ผมเลยใช้วิธีการฝากไฟล์ต่างๆไว้ใน Dropbox แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าความสะดวกสบายของผมในการทำงานระหว่างบ้านและที่โรงพยาบาลเท่านั้น และก็ไม่ได้ศึกษาอะไรเพิ่มเติมว่า Dropbox น่าจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้หรือเปล่า จนกระทั่งเจอปัญหาของปุ๊ ที่ทำให้ผมฉุกคิดว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆน่าจะมีปัญหาเช่นเดียวกัน..

ถ้าจะมีการบันทึกประวัติศาสตร์ของการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงพยาบาลในปี 2554 เรื่องการนำโปรแกรม Dropbox มาใช้เพื่อลดความซ้ำซ้อนของไฟล์เอกสารต่างๆ ที่กำลังมีปัญหามากขึ้น และเชื่อมโยงระบบข้อมูลเอกสารให้สามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามยุทธศาสตร์ของกรรมการสารสนเทศ..ซึ่ง Dropbox สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ค่อนข้างดีทีเดียว..

หลังจากได้ทดลองใช้งาน Dropbox.. ปุ๊ ยกนิ้วโ้ป้ง และขอบคุณที่ทำให้เธอทำงานได้ง่ายขึ้น..

จริงๆต้องเป็นผมต่างหากที่ควรต้องกล่าวขอบคุณ..

ขอบคุณครับ..คุณครู

คาดไม่ถึง..







ปุ๊ คุณารักษ์น้องพยาบาล OPD แวะมาคุยกับผมที่ห้องเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จุดซักประวัติ ซึ่งเมื่อเช้าเครื่องโดนน๊อคไป 1 ตัวสาเหตุมาจากความร้อน ทำให้ผมต้องแวะไป"ดู"และ"รับฟัง"ปัญหาของเพื่อนร่วมงานที่หน่วยงานของผมมีส่วนเกียวข้องโดยตรง..

จุดซักประวัติเป็นเคาเตอร์ที่ไม่ใหญ่มากครับ มีเครื่องคอมพิวเตอร์และพยาบาลนั่งประจำจุดได้ 3 คน ก่อนหน้านี้มีปัญหาในเรื่องขนาดของเคสคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ซึ่งติดตั้งไว้ด้านล่างพร้อมกับเครื่องสำรองไฟ และมีปัญหาว่าเจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ค่อนข้างจะเกะกะเวลาทำงาน เท้าคุณพยาบาลมักจะเตะไปโดนเครื่องบ่อยๆโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็อย่างว่าแหละครับพื้นที่มันจำกัด แม้จะพยายามใช้พื้นที่ให้น้อยที่สุดแล้วแต่ก็ยังทำได้ไม่ดีพอ

บังเอิญประจวบเหมาะ ห้องแพทย์มีการหมุนเวียนเปลี่ยนเครื่องพิวเตอร์ชุดใหม่มาแทนของเดิม ผมเลยถือโอกาสสับเปลี่ยนเครื่องจากห้องตรวจโรคมาไว้ที่จุดซักประวัติ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ของห้องตรวจแพทย์มีขนาดค่อนข้างเล็กมาก เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัดแบบนี้ ซึ่งก็ลงตัวครับ ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องสำรองไฟยัดเข้าช่องได้พอดิบพอดี..

ปัญหาเรื่องเครื่องคอมที่วางเกะกะเท้าพยาบาลหมดไป แต่ปัญหาใหม่กลับเข้ามาแทนที่และดูท่าจะหนักกว่าเดิม เนื่องจากช่องที่ใ่ส่คอมพิวเตอร์ค่อนข้างเล็กพอดีกับเคส และเครืองสำรองไฟ ทำให้การระบายความร้อนทำได้ไม่ดีและทำให้พยาบาลที่นั่งซักประวัติรู้สึกว่าเหมือนนั่งใกล้เตาอบ พอมีคนเปิดประเด็นทุกคนก็ให้ความเห็นเหมือนกัน ที่ผ่านมาก็พยายามอดทนเอา

ผมลองวัดอุณหภูมิในช่องที่วางคอมพิวเตอร์และเครื่องสำรองไฟตรงจุดที่พยาบาลนั่งทำงาน อุณหภูมิสูงเกือบ 40 องศา ทำให้ต้องคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาด่วน.. ซึ่งคิดว่าจะลองปรับแก้โดยย้ายอุปกรณ์มาติดที่ผนังเพื่อให้มีการระบายอากาศได้ดีขึ้น และจะย้ายจุดวางเครื่องสำรองไฟใหม่ และคงต้องติดตามดูอีกทีว่ายังมีปัญหาอยู่หรือไม่ ..

ต้องขอบคุณน้องปุ๊ คุณารักษ์ ที่มาพูดคุยสื่อสารด้วยความเป็นกัลยาณมิตร หลายๆครั้งที่มีโอกาสพูดคุยกันผมเกิดปิ๊่งไอเดียดีๆจากน้องคนนี้นี่แหละครับ ซึ่งบางเรื่องเป็นสิ่งทำเอาผมเข็มขัดสั้น..เพราะคาดไม่ถึงทีเดียว


ภาพหลังปรับปรุงคอมพิวเตอร์จุดซักประวัติใหม่


วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Full view

หลังเลิกประชุมกรรมการบริหาร หมอสันทัดสอบถามเรื่องการดูผล LAB จากเมนู Patient EMR ว่าทำไมดูรายงานผลที่เป็น img ไม่ได้ ผมได้แต่แอบงงเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะไม่ได้ค่อยเข้ามาใช้ Patient EMR บ่อยนักโดยเฉพาะเรื่องการดูผล LAB .. ความรู้เท่าที่มีอยู่ในคลังสมองผมรู้แต่ว่ารายการ LAB ดูตรงไหน เปรียบเทียบผลอย่าง แต่ผล LAB ที่เป็นภาพสแกนจะดูจาก Patient EMR ได้ยังไงกันละหว่า..

คุยไปคุยมา ผมเลยขอข้อมูลคนไข้สักหนึ่งรายเพื่อที่จะได้ลองดูว่าจะสามารถหาทางออกให้หมอได้หรือไม่ แต่หมอนึกชื่อไม่ได้สักรายจึงพยายามอธิบายเพิ่มเติมว่า หมอกำลังเก็บข้อมูลวิจัย ที่ต้องใช้ผล LAB ซึ่งปกติก็สามารถดูได้จากหน้าต่าง Patient EMR นี่แหละ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าผลพวก Lab out ที่ส่งตอบกลับมาเป็นเอกสารแล้วทางเจ้าหน้าที่ห้อง LAB สแกนเก็บไว้ใน HOSxP ทำไมดูไม่ได้ ถ้าต้องการดูจะดูได้อย่างไร ตรงไหน เพราะไม่งั้นก็ต้องไปขอข้อมูลจาก OPD CARD ผมก็จำได้คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยอ่านในบอร์ด HOSxP ว่า..มันน่าจะดูได้

ทีแรกคิดว่าจะแก้ปัญหาโดยให้หมอเข้าไปดูในเมนูของห้อง LAB แล้วค้นหาจาก HN และดูการรายงานผลซึ่งจะมี Tab สำหรับดูภาพที่สแกนเอกสารเก็บไว้เลย แต่เป็นขั้นตอนที่คงไม่สะดวกสำหรับหมอแน่ๆ ลองย้อนกลับมาค้นที่ Patient EMR อีกครั้ง สะดุดตากับเจ้าปุ่ม Full view นี่แหละว่ามันจะ Full ยังไง..

สุดท้ายก็เป็นคำตอบที่ใช่เลย.