แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IMT-กก.สารสนเทศ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IMT-กก.สารสนเทศ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทดสอบ HOSxP PCU Offline Mode


ผมกับพี่อำนวยมีนัดทดสอบระบบ HOSxPPCU Mode offiine ที่ รพ.สต.บ้านผึ้ง ตำบลวังยาว พี่อำนวยแวะมารับผมที่โรงพยาบาล ระหว่างทางเราพูดคุยกันถึงเรื่องกิจกรรมที่จะทำการทดสอบกันในวันนี้ รวมถึงปัญหาการใช้งาน HOSxP PCU ของ รพ.สต.แห่งอื่นๆ ที่พี่อำนวยกับตั้มออกไปติดตามงานในช่วงที่ผ่านมา

อากาศค่อนข้่างดีครับ สบายๆ ไม่ร้อน ฟ้าครึ้มเหมือนฝนจะตกใช้เวลาเดินทางจากโรงพยาบาลถึง รพ.สต.บ้านผึั้งประมาณ 30นาที วันนี้มีคลินิกสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค พ่อแม่พาเด็กๆนั่งรอกันอยู่หลายคน ระหว่างที่รอหนุ่ย ผู้อำนวยการ รพ.สต.กำลังบริการฉีดวัคซีน พี่อำนวยสำรองข้อมูลและอัพเดตHOSxP PCU เป็นเวอร์ชั่น 3.54.7.4 และไม่ลืม Backup ข้อมูลไว้ก่อนที่จะทำอะไรกับข้อมูลในช่วงต่อไป

วัตถุประสงค์ของการมาทดสอบภาคสนามในวันนี้ มีหลายประเด็นที่ผมสนใจมากกว่าเรื่องของ Offline Mode เพราะถ้าแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวนั่งทดสอบอยู่ที่โรงพยาบาลน่าจะสะดวกสบายมากกว่าและมีข้อมูลการทดสอบ คู่มือเขียนไว้ในบอร์ดของ HOSxPกันพอสมควรอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของวิธีการทำงานต่างหากที่ผมสนใจและอยากรู้ว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องเอาโน๊ตบุ๊คออกไปให้บริการ มีความยากง่ายมากน้อยแค่ไหนในทางปฏิบัติจริงๆ มีอะไรบ้างที่ต้องระมัดระวัง ฯลฯ

ระหว่างที่รอการอัพเดตโครงสร้าง ผมสังเกตการลงบันทึกข้อมูลงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและสอบถามวิธีการทำงาน ซึ่งผมเข้าใจว่า รพ.สต.แห่งอื่นๆ ก็น่าจะคล้ายๆ กัน คือ เมื่อผู้รับบริการยื่นสมุดสีชมพู เจ้าหน้าที่จะลงบันทึกข้อมูลการเข้ารับบริการผ่านทะเบียนการให้บริการงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และในสมุดสีชมพูให้เรียบร้อยก่อนที่ฉีดวัคซีนให้เด็ก

ซึ่งจากการสังเกตพบว่าเจ้าหน้าที่ต้องลงบันทึกข้อมูลต่างๆเฉพาะการให้บริการฉีดวัคซีน ดังนี้
  1. สมุดสีชมพู
  2. ทะเบียนการรับบริการงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
  3. แฟ้มครอบครัว
  4. โปรแกรม HOSxP PCU
ทั้งๆที่ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน แต่วิธีการทำงานในรูปแบบเดิมทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานซ้ำซ้อน เมื่อลงบันทึกเอกสารต่างๆ ครบเรียบร้อยแล้วก็จะนำข้อมูลบริการไปลงบันทึกในโปรแกรม HOSxP PCU เป็นขั้นตอนสุดท้าย


หลังจากที่ผมอัพเดต HOSxP PCU เป็นเวอร์ชั่นใหม่ และทำการสำรองข้อมูลเข้าไปในโน๊ตบุ๊คตัวที่จะนำไปใช้ออกสำรวจข้อมูลภาคสนามเรียบร้อย จับเวลาการตั้งแต่ Backupจนถึงนำเข้าข้อมูลในโน๊ตบุ๊คใช้เวลาประมาณ 30นาที เมื่อข้อมูลทุกอย่างพร้อมแล้ว พวกเราจึงออกเดินทางโดยหนุ่ย เจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านผึ้ง ออกไปติดตามเยี่ยมบ้านและลงบันทึกข้อมูลจริง

บ้านเป้าหมายที่ออกติดตาม เป็นบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และในครอบครัวนี้มีเด็กที่ต้องติดตามวัคซีน/ภาวะโภชนาการ อุปกรณ์ที่นำออกไป มีมอเตอร์ไซด์ 1 คัน โน๊คบุ๊ค 1 ตัว กล้องดิจิตอล อีก 1 ตัว และเครื่องอ่านบัตรประชาชน 1 ตัว หลังจากการพูดคุยทักทายกับเจ้าของบ้าน หนุ่ยเปิดโน๊ตบุ๊คเพื่อลงบันทึกข้อมูล โดยเริ่มตั้งแต่พูดคุยสอบถามข้อมูลทั่วไป ข้อมูลการสำรวจบ้าน เท่าที่สังเกตวิธีการทำงานก็ยังดูไม่ค่อยสะดวกนัก อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่ง หนุ่ยไม่คุ้นกับการใช้ mouseและคีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊คมากนัก และแสงสว่างที่จ้ามากเกินไปของบริเวณสถานที่นั่งพูดคุยกันก็มีผลต่อการลงบันทึกข้อมูลพอสมควร



ในการลงบันทึกข้อมูลหลังคาเรือนทดลองเก็บภาพโดยการใช้กล้องจากมือถือถ่ายรูปและตั้งชื่อเป็นรหัสประจำบ้านแต่พบว่าถ้าจะนำเข้าภาพในขณะนั้นเลยอาจจะไม่สะดวกนัก จึงควรถ่ายเก็บภาพไว้ก่อนแล้วจึงเอาไปนำเข้าภายหลังข้อมูลบุคคลมีการตรวจสอบและแก้ไขโดยใช้ร่วมกับเครื่องอ่าน Smart card เพื่อดึงข้อมูลจากบัตรประชาชน พบว่าการนำเข้าข้อมูลสามารถนำเข้าได้ตามปกติทำให้ได้ภาพถ่ายจากบัตรประชาชน แต่ที่ไม่มีข้อมูลของลายนิ้วมือนำเข้ามาด้วยเหมือน HOSxP เมื่อดึงข้อมูลจากบัตรประชาชนเรียบร้อยก็จะลงข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ สำหรับคนที่ยังไม่มีบัตรประชาชนต้องมีการถ่ายภาพเพิ่มเติม พบว่าถ้าใช้กล้องดิจิตอลถ่ายภาพแล้วจะนำรูปมาใส่เรียบร้อยทีเดียวเลยนั้น คงต้องถอด Memory card เข้าๆออกๆ หรือใช้สายเชื่อมต่อกล้องกับโน๊ตบุ๊คแล้วค่อยนำเข้ารูปของในแต่ละคน ดูแล้วไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ ถ้ามีเวปแคมติดตามด้วยอีกสักตัวน่าจะดีกว่า


ในกรณีนี้ถ้ามีเวปแคมน่าจะทำให้การเก็บภาพบุคคลสะดวกมากขึ้น และเพื่อที่จะเก็บภาพบุคคลได้ทันที เราจึงให้หนุ่ยลองใช้กล้องเวปแคมของโน๊คบุ๊คไปพลางๆก่อน


แต่ผลก็อย่างเห็นในภาพแหละครับไม่ค่อยสะดวกนัก เวลาที่จะใช้งานจริงๆ หลังจากนั้นเป็นการลงบันทึกข้อมูลการรักษา ข้อมูลการเยี่ยมผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเยี่ยมติดตามภาวะโภชนาการของเด็ก โชคไม่ค่อยดีนักมีฝนตกหนักทำให้ต้องเปลี่ยนแผนจากที่ต้องออกไปเก็บข้อมูลเยี่ยมบ้าน ข้อมูลชุมชน ร้านค้า ฯลฯ อื่นๆ เพิ่มเติมต้องพักเอาไว้ก่อน จึงกลับมาที่ รพ.สต.เพื่อโอนข้อมูลกลับเข้าไปในฐานจริง

ในระหว่างที่ให้หนุ่ยกำลังสอบถามและบันทึกข้อมูล ผมก็เก็บภาพและจดบันทึกว่ามีการแก้ไขข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อที่จะเอาไว้เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลเวลาที่ทำการ Synchronize กลับเข้าฐานเรียบร้อยแล้ว โดยข้อมูลที่เก็บตัวอย่างมามีดังนี้
  1. การสำรวจข้อมูลบ้าน/สุขาภิบาล
  2. การแก้ไขข้อมูลบุคคล Patient /person
  3. การตรวจรักษา
  4. การเยี่ยมบ้านคลินิกพิเศษ และเยี่ยมบ้านทั่วไป
การ Synchronize ข้อมูลกับฐานจริงใช้เวลาไม่นานนัก อาจจะเป็นเพราะปริมาณข้อมูลที่ไม่ได้เยอะมาก โดยก่อนที่จะ Synchronize ข้อมูลโปรแกรมจะสอบถามให้เลือกวันที่ที่ต้องการก่อน และหลังจากนำเข้าไปเรียบร้อยจึงทำการตรวจสอบข้อมูลในฐานจริง ซึ่งพบว่าข้อมูลที่ทดสอบไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการตรวจรักษา,การสำรวจสุขาภิบาล การเยี่ยมบ้าน ฯลฯ ข้อมูลสามารถ Synchronize ได้สมบูรณ์ยกเว้นเพียงแค่ภาพถ่าย ทั้งภาพถ่ายบ้านและภาพถ่ายบุคคลไม่ถูกนำเข้ามาด้วย

บทสรุป
ารใช้ HOSxP PCU offline Mode สามารถนำไปใช้งานโดยลงบันทึกข้อมูลลงในโน๊ตบุ๊ค และนำมา Synchronize กลับเข้าฐานข้อมูลจริงสามารถทำได้ดี และข้อมูลที่ทดสอบมีความครบถ้วน ยกเว้นข้อมูลภาพถ่ายต่างๆ แต่ต้องมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้และความเข้าใจวิธีการใช้งานให้ถูกต้อง และหากเจ้าหน้าที่ รพ.สต.แห่งใดจะนำไปใช้จริงควรเตรียมข้อมูล และอุปกรณ์ให้พร้อม และเหมาะสมกับลักษณะงานเพื่อที่จะช่วยในการเก็บบันทึกข้อมูลได้สะดวกมากขึ้น

การนำคอมพิวเตอร์โน๊คบุ๊คใส่ฐานข้อมูลของ รพ.สต. เจ้าหน้าที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ออกไปให้บริการประชาชนในหมู่บ้านและติดตามงาน ใช้ข้อมูลในการดูประวัติและบันทึกข้อมูลผ่าน เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของงานสาธารณสุขเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ในยุคนี้ไอที ซึ่ง ณ วันนี้พิสูจน์ได้ระดับหนึ่งว่าในส่วนของ Hardware Software ในปัจจุบันมีความพร้อมใช้และเพียงพอ

แต่ที่สำคัญที่ต้องมาคิดกันต่อ คือ "คน" ที่จะลงไปทำงานในพื้นที่เท่านั้นเองว่ามีความพร้อมกับวิธีการทำงานแบบไฮเทคโนโลยีแบบใหม่กันมากน้อยแค่ไหน???

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิธีทำ COCKPIT จากสเปรตชีตของ Google


เอกสารใน Google อย่าง สเปรตชีต นอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาและวิธีการทำงานคล้ายๆกับ Excel แล้ว ยังมีลูกเล่นในการทำกราฟอย่าง COCKPIT ได้อย่างน่าสนใจ และสามารถใน Code มาแปะเพื่อแสดงผลงานในหน้าเวปได้ง่ายๆอีกด้วย

มีผู้สนใจเมล์มาสอบถามผมว่า วิธีทำกราฟแบบ COCKPIT แบบที่แสดงในหน้าเวปของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้ายทำอย่างไร ผมเลยถือโอกาสนำมาเป็นหัวข้อในการเขียน Blog ในวันนี้ ไปดูวิธีทำกันครับ

1.เริ่มต้นกันด้วยการจัดทำเอกสาร สเปรตชีต โดยตัวอย่างตามภาพผมลงบันทึกข้อมูลตัวชี้วัด และใช้สูตรคำนวณในบางเซลล์เหมือนการใช้งาน Excel ตามปกติครับ โดยเซล์ตัวอย่างที่ผมจะนำไปใช้ในการทำกราฟแบบ COCKPIT คือ C3 ที่มีค่าเท่ากับ 18.00
ภาพที่ 1

2. ให้เพิ่ม sheet เปล่าขึ้นมาอีก 1 sheet ปรับขนาดของเซลล์ตามความต้องการที่จะวางกราฟ เสร็จเรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ปุ่มแทรกแผนภูมิ

ภาพที่ /
3. โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างเครื่องมือแก้ไขแผนภูมิให้เลือกช่วงข้อมูลที่ต้องการนำมาแสดงผลในกราฟ (4) ข้อมูลตัวอย่างที่ผมนำมาแสดงคือ ข้อมูลใน sheet ของ KPI เซลล์ C3 หลังจากนั้นให้เลือกประเภทของกราฟที่ต้องการนำมาแสดง (5) โปรแกรมจะแสดงตัวอย่างของกราฟ COCKPIT แต่เป็นกราฟสีขาวแต่ยังไม่มีสีแสดงความก้าวหน้าของงาน ให้เลือก Tabกำหนดค่า (6)

ภาพที่ 3

4. การกำหนดค่าในแผนภูมิ COCKPIT จะมีช่องให้กำหนดชื่อแผนภูมิ และช่วงของข้อมูลต่ำสูดและสูงสุดของมาตรวัดที่จะเป็นข้อมูลสเกลในกราฟ ส่วนการกำหนดสีสามารถเลือกกำหนดได้ 3 สี โดยมีสีแดง สีเหลือง และสีเขียว

ภาพที่ 4


เมื่อกำหนดค่าต่างๆในกราฟเรียบร้อยแล้ว กดปุ่มแทรก จะได้กราฟนำเสนอผลงานแบบ COCKPIT ในส่วนของเข็มในกราฟจะแสดงผลขึ้นหรือลงตามตัวเลขในช่องข้อมูลที่กำหนด ซึ่งตัวอย่างในกราฟตัวเลขที่นำมาแสดงคือ 18.00 แต่ช่วงของมาตรวัดต่ำสุดคือ 70 ทำให้เข็มอยู่ในตำแหน่งต่ำสุดของช่วงสีแดง..

ซึ่งจากผลที่ทดลองทำดูก็สามารถนำมาใช้ได้ดีในระดับหนึ่ง ถ้าหากกำลังมองหาโปรแกรมที่เกี่ยวกับ COCKPIT มาใช้แต่ยังติดตรงราคาแพงเกินไป หรือยังไม่แน่ใจว่าซื้อมาใช้แล้วจะคุ้มค่าหรือเปล่า ลองใช้ของฟรีใน Gmail ดูก่อนก็เป็นทางเลือกที่ทำได้ง่ายๆ และประหยัดดีครับ

หากมีข้อสงสัยหรือมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในบทความนี้ ติดต่อผมได้ทางอีเมล์ decha015@gmail.com ครับ


วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วันที่ไร้ Microsoft offce




หลังจากเรียนจบคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 2539 ผมกลับมาประจำปฏิบัติงานที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอด่านซ้าย พี่สมศักดิ์ นักวิชาการสาธารณสุขขอย้ายกลับบ้านที่ผาขาว ผมก็ก้าวขึ้นรั้งตำแหน่งนักวิชาการมือวางอันดับหนึ่งของอำเภอด่านซ้ายแทน แหม..ฟังดูแล้วเหมือนจะเท่ห์ดีนะครับ นักวิชาการของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ จะว่าไปก็เปรียบเหมือนงานของเสนาธิการครับ คิด วางแผน จัดการต่างๆ เป็นมือซ้าย มือขวาของสาธารณสุขอำเภอ บางทีก็ควบตำแหน่งผู้ช่วยไปด้วย

คอมพิวเตอร์ยุคนั้นเริ่มเข้ามามีบทบาทในงานสาธารณสุขพอสมควรครับ โดยเฉพาะงานเอกสาร จำได้ว่าก่อนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมยังใช้เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์ลงกระดาษไข แล้วเอาไปโรเนียวอยู่เลย โปรแกรมสำหรับพิมพ์งานในคอมพิวเตอร์ยุค 486 DX4100 ที่ฮิตๆ คงไม่พ้น จุฬาเวิร์ด หรือไม่ก็ราชวิถีเวิร์ด ซึ่งผมได้หัดใช้สมัยที่เรียนปี 1 แต่หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ก็มีความก้าวหน้าขึ้นมาก เปลี่ยนจากระบบ DOS เป็น windows 3.11 รุ่นที่ติดตั้งด้วยแผ่น Floppy disk 11 แผ่น พอดีระบบวินโดว์เข้ามาโปรแกรมเอกสารอย่างจุฬาเวิร์ดกลายเป็นของที่ล้าสมัยไปซะแล้วครับ หน่วยงานสาธารณสุขในยุคนั้นจึงเริ่มมีการนำโปรแกรมพิมพ์เอกสารมาใช้อย่าง AMIPRO ซึ่งรันบนวินโดว์ มีรูปร่างหน้า ที่น่าใช้กว่าบน DOS เยอะ การจัดหน้า พิมพ์หนังสือตราครุฑ ฯลฯ สาระพัดประโยชน์ครับ เรียกได้ว่าทั้งสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และสถานีอนามัยในยุคนั้น แห่งที่มีคอมพิวเตอร์ใช้ต้องติดโปรแกรมนี้กันงอมแงม..


แต่โลกของไอทีไม่เคยหยุดนิ่งครับ ในขณะที่ทุกคนติดกับ amipro ผมกลับมองว่าอนาคตของ amipro ไม่น่าจะไปได้นานนัก เพราะสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย อ.ผมเคยบอกว่าให้จับตาไมโครซอฟท์ไว้ ซึ่งในระหว่างเรียนผมก็ได้ใช้โปรแกรม Microsoft word 6 อยู่แล้วและคิดว่าดีกว่า amipro ที่ใช้กันอยู่ในตอนนั้น จึงเสนอให้มีการเปลี่ยนโปรแกรมพิมพ์เอกสารเป็น word 6 แน่นอนครับว่า..เสียง(บ่นด่า) ตอบรับดีมาก

word 6 ในยุคนั้นยังคงมีปัญหาเรื่องการบริโภคทรัพยากรค่อนข้างมาก และมีอาการค้างบ่อยๆทำให้คนใช้หงุดหงิดใจได้พอสมควร แต่เวลาก็ช่วยเยียวยาทุกสิ่ง หลังจากที่เปลี่ยนแปลงได้ไม่นานทุกคนก็เริ่มชินกับการใช้งาน และทิ้งความทรงจำเกียวกับ amipro ไว้เบื้องหลัง

ในยุคระบบปฏิบัติการที่เปลี่ยนจาก windows 3.11 เป็นวินโดว์ 95 วินโดว์ 98 โปรแกรมสำนักงานชุดใหม่ที่ออกมาให้ใช้กันคือ Microsoft office 97 ซึ่งถือว่าเป็นจุดพลิกผันของวงการสาธารณสุขทีเดียวเพราะมีโปรแกรมฐานข้อมูลหลายตัวที่เขียนจาก Accress 97 โดยเฉพาะโปรแกรมสำคัญอย่าง HCIS ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายและยาวนาน..หลายปี แต่สารภาพตรงๆ ผมใช้ HCIS แค่ 3 เดือนเท่านั้นเอง..


คอมพิวเตอร์ในยุคหลังๆ ก้าวกระโดดเร็วมากครับ ตัวโปรแกรม Microsoft office ก็มีการเปลี่ยนจาก office 97 เป็น office 2003 ตามระบบปฏิบัติการที่เปลี่ยนจาก windows 98 เป็น Widows Me และ Windows XP ที่เป็นยุคเฟื่องฟูของ Mocrosoft เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ติดตั้งระบบปฏิบัติการวินโดว์ XP และ office 2003 มาให้เรียบร้อย ใช้กันเพลินเลยละครับ เพราะโปรแกรมใช้งานค่อนข้างง่ายและมีความคุ้นเคยกันมาเป็นอย่างดี จนผมเคยคิดว่าก็ไม่น่าจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะงานเอกสารเท่าที่ทำกันทุกวันนี้มีคนว่ากันว่ายังใช้ไม่ถึง 10 เปอร์เซนต์ของศักยภาพที่มันมีเลยด้วยซ้ำไป..




แล้วเกิดอะไรขึ้นละครับ..
ปัญหามันเกิดขึ้นมาจาก วันหนึ่งอยู่ผมก็ได้รับไฟล์งานเอกสารที่ดาวโหลดจากอีเมล์เป็นไฟล์แปลกๆ นามสกุล docx เปิดจากโปรแกรม office 2003 ก็ไม่ได้ ทำให้ถึงบางอ้อว่าเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ใช้ office 2007 กันแล้ว

จะด้วยความสวยงาม หรือเหตุผลใดก็แล้วแต่ office 2007 ได้เปลี่ยนโฉมหน้าตาเมนูในโปรแกรมไปมากพอสมควร หลายๆคนที่คุ้นเคยกับ office 2003 ต่างพากันบ่นอุบว่าใช้ยาก หาเมนูก็ลำบาก ฯลฯ



แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ของแบบนี้ไม่ลองฝึกบ่อยๆ ก็คงไม่เป็น นี่ก็เห็นว่า office 2010 โผล่หน้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์บางเครื่องกันแล้ว.. แม้จะยังไม่มาก แต่การเปลี่ยนแปลงโปรแกรมใช้งานคงไม่ใช่ปัญหา เพราะผมมีประเด็นหลักสำคัญๆ ที่ต้องคิดมากกว่าคือ ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์

ผมเคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโปรแกรม Microffice เป็นโปรแกรมปลาดาว มาแล้วครั้งนึง ซึ่งตอนนั้นปัญหาเรื่องของลิขสิทธิ์เริ่มประทุขึ้นมาอีกครั้ง จนมีการพยายามที่จะให้ลีนุกซ์ทะเล และ ปลาดาว เป็น OS และโปรแกรม office ระดับชาติ..แต่แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไปกับลมปาก และดากเหม็นๆของนักการเมือง..

จนกระทั่งถึงวันนี้.. มีคนพูดบ่อยๆว่า เรื่องจับลิขสิทธิ์มันจริงเหรอ ก็เห็นขู่กันมาหลายครั้งแล้ว ใช้พวก open source แล้วจะยุ่งยากกว่าเดิม ที่อื่นยังไม่เห็นมีใครเปลี่ยนกันเลย ฯลฯ

อย่าถามผมครับว่าทำไมอยากเลิกใช้ Microsoft office และเปลี่ยนเป็น open source ..

จริงๆ ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ
บริษัทตรวจจับลิขสิทธิ์ก็ยังไม่เคยเข้า
รพ.อื่นๆในจังหวัดเลยหรือที่ไหนๆ ก็ยังไม่เห็นมีใครเขาขยับมาทำเรื่องนี้กันจริงๆ จังๆ.
คนในโรงพยาบาลก็ใช้งาน Office 2003-2007 กันได้คล่องดี ไม่มีปัญหาอะไรด้วยซ้ำ

แล้วทำไมยังต้องเปลี่ยน..หาเรื่องลำบากให้ตัวเองแท้ๆ..


แต่ถ้าจะถาม..

ถามผมยังงี้ดีกว่าว่า....... ทำไมถึงเลือกใช้ LibreOffice ใช้แล้วมีปัญหาอะไรไหม๊ มีการเตรียมตัวของคนในองค์กรอย่างไร ฯลฯ...

แต่ถึงจะอธิบายอย่างไรคุณก็อาจจะยังไม่เข้าใจอยู่ดี จนกว่าคุณจะได้ลองใช้เองจริงๆ





วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ปรับปรุงการออกใบรับรองแพทย์

ผมเคยเสนอเรื่องการออกใบรับรองแพทย์ผ่านโปรแกรม HOSxP แต่ในช่วงนั้นยังมีปัญหาเรื่องความไม่พร้อมของบุคลากร และแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์เดิมยังมีอยู่ค่อนข้างเยอะ หากจะไม่ใช้ก็น่าเสียดาย จึงยังคงวิธีการออกใบรับรองแพทย์แบบเดิมอยู่ ซึ่งปัจจุบันแม้จะมีการจัดการออกใบรับรองแพทย์ที่สะดวกและรวดเร็วขึ้นทำให้ผู้รับบริการไม่ต้องรอนาน แต่ถ้าดูในรายละเอียดของขั้นตอนการดำเนินงานพบว่ายังคงเป็นภาระงานที่พยาบาลยังต้องทำงานซ้ำซ้อน เมื่อบวกกับปริมาณผู้รับบริการที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ในแต่วันการออกใบรับรองแพทย์ยังคงเป็นภาระงานที่เพิ่มเวลาในการให้บริการพอสมควร..

โปรแกรมHOSxP มีฟังก์ชั่นที่สามารถออกใบรับรองแพทย์ที่สะดวก และสามารถลงบันทึกทะเบียนประวัติการขอใบรับรองแพทย์ของผู้ป่วยได้ด้วยว่าเคยมาขอแล้วกี่ครั้ง เมื่อไหร่ ซึ่งหากใช้ระบบนี้จะช่วยลดภาระการเขียนและสามารถออกใบรับรองแพทย์ได้เร็วขึ้น และสามารถเลือกแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์ได้ถึง 5 แบบ

วันนี้เลยถือโอกาสเอาแบบเรื่องการออกใบรับรองแพทย์มาปัดฝุ่น และแก้ไขฟอร์มต่างๆในโปรแกรม HOSxP ให้เรียบร้อย ซึ่งพูดคุยกับทีมพยาบาล OPD แล้วตกลงกันว่าวันจันทร์จะเริ่มทดลองใช้งานดู

ในส่วน Open office เริ่มมีการใช้งานกันแล้วครับ ดูได้จากคำถามที่โทรมาตามให้ศูนย์เข้าไปช่วยดูเกี่ยวกับการจัดหน้ากระดาษในการพิมพ์งาน ต้องยอมรับครับว่ายังใหม่สำหรับทุกคน ปัญหายังคงมีบ้างแต่คิดว่าคงไม่ยากสำหรับการปรับตัว..

ส่วน Dropbox เริ่มมีการถ่ายโอนข้อมูลเข้ามาใน Dropbox มากขึ้นแล้วครับ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกครั้งของการพัฒนาระบบสารสนเทศ ในก้าวต่อไปจะเป็นการเร่งให้บุคลากรระดับหัวหน้าหน่วยงานมีและใช้ gmail และระบบงานเอกสารของ Gmail

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Full view

หลังเลิกประชุมกรรมการบริหาร หมอสันทัดสอบถามเรื่องการดูผล LAB จากเมนู Patient EMR ว่าทำไมดูรายงานผลที่เป็น img ไม่ได้ ผมได้แต่แอบงงเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะไม่ได้ค่อยเข้ามาใช้ Patient EMR บ่อยนักโดยเฉพาะเรื่องการดูผล LAB .. ความรู้เท่าที่มีอยู่ในคลังสมองผมรู้แต่ว่ารายการ LAB ดูตรงไหน เปรียบเทียบผลอย่าง แต่ผล LAB ที่เป็นภาพสแกนจะดูจาก Patient EMR ได้ยังไงกันละหว่า..

คุยไปคุยมา ผมเลยขอข้อมูลคนไข้สักหนึ่งรายเพื่อที่จะได้ลองดูว่าจะสามารถหาทางออกให้หมอได้หรือไม่ แต่หมอนึกชื่อไม่ได้สักรายจึงพยายามอธิบายเพิ่มเติมว่า หมอกำลังเก็บข้อมูลวิจัย ที่ต้องใช้ผล LAB ซึ่งปกติก็สามารถดูได้จากหน้าต่าง Patient EMR นี่แหละ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าผลพวก Lab out ที่ส่งตอบกลับมาเป็นเอกสารแล้วทางเจ้าหน้าที่ห้อง LAB สแกนเก็บไว้ใน HOSxP ทำไมดูไม่ได้ ถ้าต้องการดูจะดูได้อย่างไร ตรงไหน เพราะไม่งั้นก็ต้องไปขอข้อมูลจาก OPD CARD ผมก็จำได้คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยอ่านในบอร์ด HOSxP ว่า..มันน่าจะดูได้

ทีแรกคิดว่าจะแก้ปัญหาโดยให้หมอเข้าไปดูในเมนูของห้อง LAB แล้วค้นหาจาก HN และดูการรายงานผลซึ่งจะมี Tab สำหรับดูภาพที่สแกนเอกสารเก็บไว้เลย แต่เป็นขั้นตอนที่คงไม่สะดวกสำหรับหมอแน่ๆ ลองย้อนกลับมาค้นที่ Patient EMR อีกครั้ง สะดุดตากับเจ้าปุ่ม Full view นี่แหละว่ามันจะ Full ยังไง..

สุดท้ายก็เป็นคำตอบที่ใช่เลย.

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การขับเคลื่อนองค์กรสู่ Open source

:: การขับเคลื่อนองค์กรสู่ Open source









ตามที่ได้แจ้งในที่ประชุมประจำปีของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย เมื่อวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งกรรมการสารสนเทศได้เสนอนโยบายที่จะขับเคลื่อนองค์กรสู่การใช้ Software open source ทุกโปรแกรมที่ติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่มองสู่อนาคต..การทำความเข้าใจกับคนในองค์กรและเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มีผลกระทบกับระบบงานประจำของโรงพยาบาลให้น้อยที่สุด..


ศูนย์คอมพิวเตอร์วางแผนการเปลี่ยนแปลง Software โดยจะเริ่มถอดการติดตั้งโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ต่างๆออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ณ จุดบริการออกทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่ใช้งานเฉพาะโปรแกรม HOSxP ส่วนการใช้งานเอกสารใช้งานไม่มากนัก ส่วนโปรแกรมอื่นๆเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ไม่ถูกต้อง จึงต้องเอาออกให้เหลือเพียงโปรแกรมดังต่อไปนี้
1.Windows XP ,Windows7

2.HOSxP

3.Google chrome

4.7z

5.Picasa3

6.Open office 



โดยจะเริ่มดำเนินการในส่วนของโซน OPD ,LAB,Xray,ER เป็นลำดับแรก





ปุฉา องค์กรใดใช้ OpenOffice.org

ในประเทศไทย

การไฟฟ้าฝ่ายผลิต, การเคหะแห่งชาติ, สวทช., เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, ดี เอช เอ สยามวาลา, ไทยประกันชีวิต, พระราม 3 กรุ๊ป ฮอนด้า


วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร 2554

การดำเนินงานเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ปี 2554 กรรมการสารสนเทศ ได้มอบหมายให้ศูนย์คอมพิวเตอร์วางระบบของการจัดเก็บข้อมูล โดยให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้ ลดความซ้ำซ้อน และมีความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งศูนย์คอมพิวเตอร์ได้ดำเนินการดังนี้ครับ..
1. ติดตั้ง Dropbox ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง โดยใช้ account ของ dansaihospital@gmail.com
2. วางโครงสร้างของการจัดเก็บไฟล์ข้อมูล ทั้งการสร้าง folder และสร้างไฟล์ โดยมีข้อกำหนดดังนี้ครับ
- การสร้าง Folder ขึ้นต้นด้วย <รหัสหน่วยงาน>-<รหัสอื่นๆถ้ามี>ชื่อโฟลเดอร์
- การสร้าง Files ขึ้นต้นด้วย <รหัสหน่วยงาน>-<ปปดดวว>-ชื่อไฟล์
3. ให้เก็บไฟล์งานเอกสาร(Word,Excel)ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในปี 2554
4. ไม่อนุญาตให้เก็บไฟล์เพลง ,ภาพ,ใน Dropbox
5. ศูนย์คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ในการ Back up ข้อมูลใน Dropbox ทุกวัน

กล่องวิเศษ (Dropbox)..

Drop Box คือ อะไร?




นโยบายการทำงานของกรรมการสารสนเทศ ข้อหนึ่งคือ การออกแบบระบบสารสนเทศให้ทำงานได้ทุกทีทุกเวลา ซึ่งแน่นอนว่าความฝัน(หวาน)อย่างนี้จะเป็นจริงได้ต้องมีเทคโนโลยีที่ดีเข้ามาช่วยจัดการ..

ทุกวันนี้ระบบงานเอกสารของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย  เก็บอยู่ในรูปของอิเลคทรอนิคไฟล์มากขึ้น คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่มีพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลมากมาย แต่พื้นที่ส่วนใหญ่กลายเป็นจับจองของไฟล์พวกมัลติมีเดีย เพลง, ภาพ,คลิป ฯลฯ และขยะของพวกงานเอกสารที่ Save (เก็บทุกอย่าง)  สร้างโฟลเดอร์ ซ้ำไปซ้ำมา ระบบเก็บไฟล์ที่ไม่มีมาตรฐานทำให้การหาไฟล์เริ่มยากและเสียเวลากับมันมากขึ้นทุกที..

ผมมีปัญหาบ่อยๆ ที่บางครั้งต้องการไฟล์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ทีทำงาน แต่อยากได้ไฟล์กลับมาทำงานที่บ้าน ถ้าเป็นเครื่องของตัวเองก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ copy ใส่ Flash Drive หรือ ส่งผ่านอีเมล์กับมาทำงานที่บ้าน แต่หลังจากแก้ไขเสร็จแล้วก็ต้อง copy กลับไปทับไฟล์เดิม หรือส่งไปทางอีเมล์ ทำให้มีไฟล์ซ้ำไปซ้ำมา แก้ไขแล้วก็ลืมหน้าลืมหลัง ตกลงตัวไหนมันไฟล์ต้นฉบับตัวจริงกัน(ว่ะ)เนี่ย..

ถ้าเป็นเอกสารบางอย่างที่ต้องการจากหน่วยงานอื่น เช่น เอกสารคุณภาพ ฟอร์ม ,SP, WI , ฯลฯ ซึ่งอยู่กับอีกหน่วยงาน เวลาต้องการก็จะร้องขอให้ส่งไฟล์มาให้ ผมเองก็ต้องเ็ก็บไว้จะลบทิ้งก็ขี้เกียจขอใหม่ บางทีเก็บไว้นานจนลืมจนขอซ้ำๆซากๆก็มี(ฮา) 

เป็นปัญหาเรื้อรังสำหรับหน่วยงานเหมือนกันนะครับ แต่โชคดีที่ว่าไม่ใช่มีแค่ผม หรือโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้ายที่เจอปัญหาแบบนี้ หลายองค์กรกำลังเจอกับปัญหาขยะไฟล์เก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์เต็มไปหมดเหมือนกัน..

ทุกปัญหามีย่อมมีทางออก เช่นเดียวกันครับ http://www.dropbox.com ดูเหมือนว่าจะมาถูกที่ถูกเวลา มีทั้งะแบบฟรีและแบบที่มีค่าใช้่จ่าย ทำให้คิดวิธีแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น แม้ว่าเงื่อนไขที่ให้ใช้ฟรีจะจำัักัดพื้นที่แค่ 2 GB แค่นั้นก็เหลือเฟืิอแล้วละครับสำหรับเอกสารจำำพวก word excel 

หลักการของ Dropbox ก็คือ เมื่อผู้ใช้เก็บไฟล์ใดๆ เข้าไปไว้ในเจ้ากล่องวิเศษนี้แล้ว Dropbox จะทำการ ซิงก์ไฟล์ดังกล่าวโดยทันทีที่ต่อเชื่อมกับอินเตอร์เนต และเพียงเวลาไม่นานผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์นี้ได้ทุกที่ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้..


โอ้..แม่เจ้า แบบนี้ก็เข้าทางเลยสิครับ









Dropboxสามารถแชร์ได้ทั้งไฟล์และโฟลเดอร์โดย การsave โฟลเดอร์ที่ต้องการแชร์ไปไว้บน Dropbox และผมสามารถส่งลิงค์ของไฟล์ใน Dropbox ไำปให้กับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย












และแน่นอนครับว่าสิ่งที่หลายๆท่านกังวลใจ คือ เอาไฟล์ไปฝากไว้แล้วข้อมูลจะสูญหายหรือเปล่า ทาง Dropbox เขาจะเก็บข้อมูลอยู่บนเซอร์เวอร์ของ Dropbox เองด้วยครับ ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทีบ้านเกิดไฟไหม้ สูญหาย  มั่นใจได้เลยว่าข้อมูลต่างๆ ที่ได้ฝากไว้บน Dropbox จะยังอยู่ครบ โดยทุกท่านที่สมัครเข้าใช้บริการจะได้รับพื้นที่ในการฝากไฟล์ฟรีๆ มากถึง 2GB ด้วยกัน 
แจ่มไหม๊ละครับ..


มีคุณสมบัติดีๆหลายอย่างที่ควรนำ Dropbox มาใช้ในองค์กรครับ กรรมการสารสนเทศ รพร.ด่านซ้ายจึงไม่รอช้า ตัดสินใจให้ทุกหน่วยงานที่มีคอมพิวเตอร์ติดตั้ง Dropbox และเก็บงานส่วนกลางที่สำคัญๆไว้ไม่ว่าจะเป็นเอกสารคุณภาพ Service profice,แบบฟอร์ม,SP ,WI ,JOB รวมถึงข้อมูลตัวชี้วัดต่างๆที่ต้องใช้งานร่วมกัน  นี่แหละครับความเชื่อมโยงเห็นๆ ที่นี้ก็ไม่ต้องส่งไฟล์กันไปมาอีกแล้ว ใครอยากอ่าน service profile ของ กรรมการ IM ก็แค่เปิดเข้าไปอ่านใน Dropbox เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ..



วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การขับเคลื่อนองค์กรสู่ Open source




ตามที่ได้แจ้งในที่ประชุมประจำปีของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย เมื่อวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งกรรมการสารสนเทศได้เสนอนโยบายที่จะขับเคลื่อนองค์กรสู่การใช้ Software open source ทุกโปรแกรมที่ติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่มองสู่อนาคต..การทำความเข้าใจกับคนในองค์กรและเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มีผลกระทบกับระบบงานประจำของโรงพยาบาลให้น้อยที่สุด..

ศูนย์คอมพิวเตอร์วางแผนการเปลี่ยนแปลง Software โดยจะเริ่มถอดการติดตั้งโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ต่างๆออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ณ จุดบริการออกทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่ใช้งานเฉพาะโปรแกรม HOSxP ส่วนการใช้งานเอกสารใช้งานไม่มากนัก ส่วนโปรแกรมอื่นๆเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ไม่ถูกต้อง จึงต้องเอาออกให้เหลือเพียงโปรแกรมดังต่อไปนี้
1.Windows XP ,Windows7
2.HOSxP
3.Google chrome
4.7z
5.Picasa3
6.Open office 

โดยจะเริ่มดำเนินการในส่วนของงานบริการผู้ป่วยเป็นลำดับแรก ในส่วนของกลุ่มงานสนับสนุน จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2554


องค์กรใดใช้ OpenOffice.org  ในประเทศไทย

ตอบ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต, การเคหะแห่งชาติ, สวทช., เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, ดี เอช เอ สยามวาลา, ไทยประกันชีวิต, พระราม 3 กรุ๊ป ฮอนด้า และ รพร.ด่านซ้าย (เย้)

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ระบบนัดหมายแพทย์/ทันตแพทย์ ออนไลน์

เกณฑ์การประเมินงานคุณภาพของโรงพยาบาลข้อหนึ่งที่ยังไม่ผ่าน คือ โรงพยาบาลต้องมีระบบนัดหมายแพทย์ออนไลน์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดต่อสื่อสารของผู้รับบริการกับโรงพยาบาล ทางกรรมการสารสนเทศจึงได้มอบหมายให้ศูนย์คอมพิวเตอร์ดำเนินการจัดทำช่องทางรับข้อมูล ซึ่งผู้ป่วย/ผู้รับบริการสามารถติดต่อสื่อสารผ่านทางเวปไซด์เพื่อนัดหมายแพทย์/ทันตแพทย์ผ่านระบบอินเตอร์เนตได้ โดยที่ต้องติดต่อนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน เมื่อลงบันทึกข้อมูลโปรแกรมจะส่งข้อมูลไปทางอีเมล์ของแพทย์/ทันตแพทย์ที่ต้องการนัดหมายได้

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

รายงานการประชุม กก. IM 15/01/2554

รายงานการประชุมคณะกรรมการสารสนเทศ IM
วันที่ 15 มกราคม 2554

ผู้เข้าร่วมประชุม
  1. ว่าที่ ร.ต.เดชา สายบุญตั้ง
  2. นพ.กมล บรรพวัฒนรักษ์
  3. ว่าที่ ร.ต.อภิชาติ ดีด่านค้อ
  4. นายเกียรติพงษ์ สิทธิศักดิ์
  5. นายภาณุ ภักดีสาร
  6. นายชัยรัตน์ จันธุ
  7. นายธนภัทร ต.ประดิษฐ์
  8. นางสาวนิเรศ สร้อยตา
  9. นางสาวพุทธลักษณ์ ดีสม
  10. นางวราภรณ์ ทองหล้า
วาระที่ 1 เรื่องแจ้งทราบ
  1. คณะกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้ายในวันพุธที่ 2 มีนาคม 2554
  2. กำหนดการประชุมของคณะกรรมการต่างๆ สามารถตรวจสอบได้จากทางหน้าเวปไซด์ของโรงพยาบาล โดยคณะกรรมการสารสนเทศกำหนดให้มีการประชุมทุกวันอังคารที่ 2 ของเดือน
มติที่ประชุม ที่ประชุมรับทราบ

วาระที่ 2 เรื่องเพื่อพิจารณา

  1. การปรับปรุงเวปไซด์ของโรงพยาบาลมีบริการที่เพิ่มขึ้นดังนี้
    • ระบบนัดหมายแพทย์ ทันตแพทย์ออนไลน์ เป็นช่องทางการสื่อสารอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถติดต่อกับแพทย์ได้ผ่านทางอีเมล์โดยตรง
    • ระบบบันทึกข้อมูลการขอศึกษาดูงานออนไลน์
    • ลงทะเบียนนักศึกษาฝึกงานออนไลน์ และขอความร่วมมือแจ้งให้ทุกหน่วยงานที่มีนักศึกษาฝึกงานลงทะเบียนรายชื่อไว้ให้ด้วย
    • ปรับปรุงระบบส่งซ่อมของงานซ่อมบำรุง และศูนย์คอมพิวเตอร์ ห้องประชุมผ่านทางระบบ sms
    • แจ้งประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลใช้ gmail เพื่อสามารถรับข้อมูลข่าวทางทาง sms ได้
    • ศูนย์คอมพิวเตอร์จะทำการปรับปรุงรหัสการเข้าใช้งาน internet ตามมาตรฐาน พรบ.รักษาความปลอดภัยของข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ โดยขอให้บุคลากรทุกท่านสมัครเข้าใช้งานด้วยตนเองผ่านทางหน้าเวปของทางโรงพยาบาลและรอการยืนยัน หรือติดต่อได้ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์
  1. โปรแกรมตรวจสอบเวชระเบียน (Audit OPD : MRA) ศูนย์คอมพิวเตอร์ได้จัดทำโปรแกรมตรวจสอบเวชระเบียนโดยสามารถบันทึกข้อมูลออนไลน์ผ่านทางโปรแกรม DsHOSxP ดังนั้นจึงขอให้ทีมตรวจสอบเวชระเบียนได้จัดทำตารางการตรวจสอบเพื่อที่ทางศูนย์คอมพิวเตอร์จะได้จัดเตรียมสถานที่และอำนวยความสะดวกในการจัดคอมพิวเตอร์
  2. จากคณะกรรมการ MCH เรื่องการเพิ่มข้อมูล Lab เป็น HCT1 และ HCT2 ,VDRL1 และ VDRL2
  3. ห้องชันสูตร เสนอเรื่องการตรวจ Hemocalutre เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง visit ของการตรวจส่ง คณะกรรมการจึงมีมติให้ดำเนินการดังนี้

    • เจ้าหน้าที่ห้องบัตรเป็นผู้ส่งตรวจโดยให้ระบุในช่องอาการสำคัญ ส่งห้องแลป และเนื่องจากมีจำนวนข้อมูลน้อย และหากใช้ทางเลือกอื่นมีความยุ่งยากมากกว่า จึงให้ อน.ค่ารักษา แทน

  1. กำหนดตรวจเยี่ยมหน่วยงานทาง วันที่ 7 มีนาคม ฝ่ายเวชปฏิบัติครอบครัว และวันที่ 10 มีนาคม 2254 ฝ่ายเภสัชกรรมชุมชน
  2. การปรับปรุงสิทธิหลักประกันสุขภาพ โดยเพิ่มสิทธิ รหัส 79 สิทธิว่าง และ รหัส 99 ผู้มีปัญหาสถานะสิทธิ
  3. การติดตั้ง HOSxP PCU สามารถติดตั้งและใช้งานครบทุกแห่ง เรียบร้อยแล้ว และสามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูล on line ผ่านทาง intenet ได้
  4. การลงบันทึกข้อมูลคัดกรองความเสี่ยง ในปี 2553 กำหนดให้ลงบันทึกข้อมูลข้อมูลผ่านโปรแกรม PPIS โดยจะได้ค่าบันทึกข้อมูลรายละ 50 บาท แต่ในปี 2554 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการลงบันทึกข้อมูลดังนี้

    • คัดกรองในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยใช้แบบสัมภาษณ์ และการเจาะเลือดจากปลายนิ้ว โดยใช้งบประมาณเหมาจ่ายและการสนับสนุนจากองค์กรส่วนท้องถิ่น
    • ข้อมูลจากข้อ 2.6.1 ในรายที่อายุ 35 ปีขึ้นไปและมีความเสี่ยงให้ตรวจคัดกรองซ้ำ โดยใช้แบบสัมภาษณ์และการเจาะก่อนรับประทานอาหารเช้า และบันทึกข้อมูลผ่านโปรแกรมคัดกรองในโครงการน้ำพระทัยจากในหลวง กลุ่มความเสี่ยงอายุ 35 ปี ใน HOSxP และโปรแกรม PPIS ของ สปสช.
    • คัดเลือกกลุ่มจากข้อ 2.6.2 เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม


วาระที่ 3 เรื่องอื่นๆ
  1. ระบบสนับสนุนทางวิชาการ ศูนย์คอมพิวเตอร์ได้จัดทำห้องประชุมออนไลน์ที่สามารถถ่ายทอดเสียงผ่านทางอินเตอร์เนต หรือถ่ายทอดผ่านระบบเสียงตามสายของโรงพยาบาลได้ หากหน่วยงานใดสนใจสามารถแจ้งคุณวีรชัย ฉิมงาม เจ้าหน้าที่งานโสตทัศนูปกรณ์ได้




เลิกประชุมเวลา 17.30 น.

อภิชาต ดีด่านค้อ ผู้บันทึกการประชุม