แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่ายยุพราชสู่ชุมชน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่ายยุพราชสู่ชุมชน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ค่ายยุพราชสู่ชุมชน ปี54 บ้านแก่วตาว ตอนจบ

กิจกรรมช่วงบ่ายเริ่มขึ้นหลังจากที่กินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยทั้งเด็กนักเรียน ทีมน้องใหม่ ครูพี่เลี้ยง ชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรม เด็กๆได้นั่งโต๊ะตัวใหม่เลยกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย กินไป ยิ้มไป หัวเราะไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกับข้าวอร่อยหรือดีใจจนออกนอกหน้าสำหรับทีมน้องใหม่ที่เห็นเด็กๆมีความสุขในการกิน (อิ่มสบายท้อง)
ต่อเนื่องจากภาคเช้า ทีมงานส่วนหนึ่ง นำต้นรางจืดไปปลูกที่วัดและในชุมชนซึ่งกิจกรรมนี้สืบเนื่องมาจากที่เราได้ทราบผลการเจาะเลือดและการใช้สารเคมีในชุมชนที่ใช้กันมากมายแต่ไม่ป้องกันตัวเอง จึงมีการรณรงค์ให้ดื่มรางจืดขับสารพิษเพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากสารพิษที่สะสมในร่างกายอีกด้วยครับ สำหรับ นักสืบสายน้ำน้อย ในแต่ละกลุ่มมีการส่งตัวแทนเพื่อนำเสนอว่าเจอสัตว์เล็กน้ำจืดชนิดใดมาบ้างโดยมีการเขียนภาพประกอบ จนครูบางคนแทบไม่เชื่อว่า เด็กๆที่ไม่เคยวาดรูปทำไมถึงเขียนภาพสัตว์พวกนี้ได้ 55 เด็กๆน่าจะชอบกิจกรรมนี้ครับ ได้ลงน้ำ ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น พี่ทีมงานบางคนเรียกให้ขึ้นแล้วยังไม่ยอมขึ้นเลย (พูดยากกว่าเด็กอีก อิอิ) สรุปคือ สภาพน้ำในหมู่บ้านวัดจากสิ่งที่เราเจอและเห็น มีความน่าเป็นห่วงเพราะอยู่ในระดับที่ พอใช้ได้ เท่านั้น พี่ไกรลาศและพี่เปียให้เด็กออกมาแสดงความคิดเห็นที่จะช่วยกันทำให้ลำน้ำในหมู่บ้านดีขึ้น โดยการไม่ทิ้งขยะลงน้ำ คัดแยกขยะ และ ทำลายขยะ เบื้องต้น ขนมที่เตรียมมาให้กำลังเด็กๆในการออกมาแสดงความคิดเห็นนั้นหมดไปในชั่วพริบตาและมีการให้คำมั่นสัญญาว่า เด็กๆจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดขยะในหมู่บ้านอีกแรงหนึ่งครับ
ทีมงานส่วนหนึ่งกำลังประดับเวที รำวงชาวบ้าน กิจกรรมช่วงกลางคืนที่ทีมน้องใหม่เตรียมมาให้กับชาวบ้านได้สนุกสนานกัน เพราะ กิจกรรมที่เตรียมมาส่วนใหญ่จะเป็นการให้ความรู้เลยอยากให้พี่น้องได้ผ่อนคลายกันคืนนี้และในส่วนของโรงเรียน คุณครูกำลังซ้อมการแสดงให้เด็กนักเรียนอย่างตั้งใจเพื่อเพิ่มสีสันของงานด้วยครับ เอ้า เซิ้งๆๆ ฮิ้วๆๆๆๆ ช่วงเย็นก่อนกิจกรรมจะเริ่มขึ้น หมอบอยยังสอนชาวบ้านฝึกท่าบริหารกล้ามเนื้อ ยืดเหยียด เนื่องจากอาชีพเกษตรกรรมทำให้กล้ามเนื้อแข็งตัว ได้ทั้งการนวดเพื่อสุขภาพและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ พี่น้องคงสุขภาพดีขึ้นเป็นกองเลยนะครับถ้าได้ทำทุกวันนะ
กินข้าวเย็นกันเรียบร้อย ชาวบ้านเดินทางมาร่วมงาน พี่บาสแจกบัตรเพื่อนำไปขึ้นรางวัลโดยมีตัวเลขกำกับอยู่ สนุกสนานแล้วยังมีรางวัลแจกอีกด้วย งานเริ่มขึ้นโดยการแสดงจากน้องๆโรงเรียนบ้านแก่วตาว นี้ขนาดอาจารย์บอกว่าเพิ่งซ้อมไม่ถึงสองวันนะ แต่ฝีมือไม่เบาเลยสำหรับครูผู้สอน จับปูใส่กระด้งจนกลายเป็นนางหงษ์ได้อย่างงดงามเลยครับ เอ้าๆเซิ้งๆอีกและ หลังจากขั้นรายการด้วยเสียงเพลง อสม.ประจำหมู่บ้านก็มีการแสดงเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการสะสมของสารพิษในร่างกาย ตรงใจเราจริงๆเพราะพี่น้องตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างหนักเลยครับ ^_^


การแสดงผ่านไป การร้องการเต้นความสนุกสนานตามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ทีมนำที่ตามมาคือ
พี่เปรม พี่อ๋อยและ ทีมช่าง รพ. พี่น้อง ป๋าหงวน ซึ่งช่วงเย็นหลังจากที่มาถึง ทั้งสองท่านช่วยกันปรับปรุงระบบไฟฟ้าของโรงเรียนและกลางคืนยังมาช่วยเพิ่มสีสันของงานให้สนุกสนานมากขึ้นด้วยครับ ขอบคุณๆ ร้องไปจับแจกกันไป พี่อ๋อยยังมีอารมณ์สอนเด็กพับกระดาษอีกด้วย พอเพลงมันส์ก็ลุกขึ้นมาเต้น เอ้าฮากันเข้าไป ถึงแม้บางช่วงจะขาดๆเกินๆไปบ้างสำหรับมือใหม่ แต่ก็ทำเอาหายเหนื่อยกันเป็นแถวเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขของพี่ๆน้องๆบ้านแก่วตาว คืนนี้หลับฝันดีแน่เลยครับ ฮิ้วๆหาว

วันสุดท้ายของการออกค่ายมาถึงแล้วครับ ข้าวต้มร้อนๆจากฝืมือของ พี่ตาแม่ครัวประจำทีมของเรา อุ่นท้องดีจัง หลายคนเติมพลังช่วงเช้ากันอย่างเต็มที่ เพราะวันนี้ ต้องออกแรงกันเยอะแน่นอนครับ ทีมทันตกรรม รพ.เดินทางมาสมทบในช่วงเช้า ไม่ว่าจะเป็น พี่หมอวัฒน์ พี่เอ็ม พี่มล พี่ยุวดี (สาวไม่สร่าง) ที่มาตรวจสุขภาพช่องปากให้พี่้น้องในชุมชนด้วย ถัดมาที่สนามการแข่งเกมส์กีฬาพี่น้องหลายคนได้ร่วมแข่งขันเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ในวันสุดท้าย โดยมีชื่อว่า แซม แซมเกมส์ ตามชื่อน้องใหม่ทั้งสามคนผู้คิดเกมส์ให้เราได้สนุกสนาน เล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยครับ สุดท้ายทีมน้องใหม่แข่งแชร์ลอตเตอรี่ เอ้ย แชร์บอล กับชาวบ้าน กลางโคลนจนเนื้อตัวมอมแมมไปตามๆกัน
ชาวบ้านบางส่วนยังเตรียม พานพุ่มบายศรีเพื่อรับขวัญน้องใหม่ที่มาทำกิจกรรมที่หมู่บ้าน ความสุขทางใจจริงๆครับ หลายคนตื้นตันกับสิ่งที่ชาวบ้านแสดงออกให้เราเห็นว่า เราเป็นลูกเป็นหลานของพี่น้องครับ T_Tซึ้งอ่ะ ทั้งน้องใหม่ พี่เก่า เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้อย่างมีความสุข และกินข้าวร่วมกันกับพี่น้องเป็นมื้อสุดท้ายของการออกค่ายครั้งนี้ และยังมีการมอบของที่ระลึกและของที่ได้รับสมทบมาจากน้ำใจของพี่น้องในด่านซ้ายและทางไกลที่เราประชาสัมพันธ์โครงการนี้ออกไป
สุดท้ายจริงๆ ขอขอบคุณพี่น้องบ้านแก่วตาว ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อ้อ เกือบลืม ทีม เพาะกล้าตาโขนใหญ่
พี่เจมส์ พี่เอก พี่เปิ้ล พี่ต้นน้อยก็มาเล่านิทานให้เด็กฟัง และยังมีหนังสือมาให้ได้อ่านกันอย่างทั่วถึงครับ พี่ป๋อมแป๋ม และพี่บอยกล่าวขอบคุณพี่น้องบ้านแก่วตาวที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีและร่วมทุกกิจกรรม และทำให้ทีมเรารู้ข้อมูลหลายอย่างของพี่น้อง เพื่อที่จะเป็นข้อมูลให้เราพัฒนาและเสริมสร้าง สุขภาวะ ที่ดีในการทำมาหากินของพี่น้อง สัญญาครับเราจะเอาทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้จากพี่จากน้องในชุมชนมาพัฒนางานและจิตใจของพวกเราในการทำงานเพื่อสุขภาพของพี่น้องในท้องถิ่นที่ยังเข้าไม่ถึงระบบการบริการทางการแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่และขนบธรรมเนียมประเพณีและเพื่อให้พี่น้องได้คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งๆขึ้นไปครับ
ปล. ขอบคุณด้วยใจ

  1. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับทีมน้องใหม่
  2. องค์การบริหารส่วนตำบลที่เอื้อเฟื้อในด้าน แสง สี เสียง
  3. คุณครูที่ร่วมเป็นพี่เลี้ยงร่วมทุกกิจกรรมของเรา
  4. ทีมนำรพร.ที่ทำให้พวกเรารู้ว่า เราเก่งกันพอตัว 55
  5. น้องๆนักเรียนที่ทำให้พี่ๆได้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆนะ
  6. ทีมทัตกรรม ทีมเพาะกล้า พี่น้องช่างตัดผม พี่อาร์ต พี่แดง มือเชื่อมโต๊ะทานข้าวและอีกหลายคน
ไม่รู้ครับว่าในทีมน้องใหม่จะอยู่ที่นี่ไปด้วยกันอีกนานไหมหรือไปตามหนทางของแต่ละคน แต่ความทรงจำดีๆมันจะยังอยู่ในสมองเราตลอดไป
ขอบคุณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้ายกับประสบการณ์ดีๆครับ

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ค่ายยุพราชสู่ชุมชน ปี54 บ้านแก่วตาว ตอน 2

ช่วงบ่ายกิจกรรมเริ่มขึ้นโดยทีมงานส่วนหนึ่ง แยกเด็ก ป.1-ป.3 ออกมาทำกิจกรรม เพาะกล้าตาโขนน้อย โดยมีเกมส์สนุกๆและหนังสือนิทานให้เด็กๆอ่านด้วย ต้องบอกว่าสนุกกันมากมายวัดได้จากเสียงหัวเราะ ที่ดังขึ้นเรื่อยๆซึ่งนำทีมโดย พี่ป๋อมแป๋ม พี่น้ำหวาน แหม สนุกสนานกันดีจริงๆ (ให้ข้อยเล่นนำเด่)


ส่วนน้องๆ ตั้งแต่ป.4 ขึ้นไป ทางทีมงานอีกส่วนหนึ่งก็เอามาเรียนรู้เกี่ยวกับการนวดแผนไทย นำทีมโดย พี่ไพโรจน์ (นักการแพทย์แผนไทย) พี่นุช พี่พิมพร พี่ชิต พี่นก พี่ไอซ์ และ กลุ่ม "ต้นกล้าภูมิปัญญาไทย"ซึ่งพี่ไพโรจน์บ่มเพาะนักนวดเยาวชนให้เรียนรู้การนวดแผนไทยและส่งเสริมให้เรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรพื้นบ้าน จนตอนนี้ชำนาญในระดับหนึ่งเลยทีเดียวแต่พี่ๆของเราก็ไม่เบาเพราะก่อนมาก็ได้เรียนรู้เบื้องต้นกับพี่ไพโรจน์มาแล้ว โดยพี่น้องบ้านแก่วตาวมาร่วมเรียนรู้การนวดไปพร้อมกันโดยมีพี่ๆเป็นพี่เลี้ยงให้แบบถึงเนื้อถึงตัวกันเลยทีเดียว อาชีพเกษตรกรต้องบอกว่าหนักเอาการเลยทีเดียวเพราะส่วนมากที่ไปรพ. จะปวดหลัง ปวดเอว กันซะส่วนใหญ่ พี่น้องบอกว่าสบายเลยที่นี้นวดให้กันเองได้และ ลูกนวดให้พ่อ พ่อนวดให้แม่ เพื่อนนวดให้เพื่อน พี่นวดให้น้องและอื่นๆอีกมากมาย แหมๆนวดกันใหญ่เชียวนะ
และทีมงานอีกส่วนหนึ่งยังไปร่วมกับชาวบ้านช่วยกันก่ออิฐถือปูนสร้างกำแพงโรงอาหารให้กับเด็กนักเรียนพร้อมทั้งยังมีโต๊ะและเก้าอี้ที่พี่บาสออกแบบไว้ให้เด็กได้รับประทานอาหารอีกด้วย ตัวใหญ่มาก 2 ตัว เด็กเห็นแล้วยิ้มกันแก้มปิ พรุ่งนี้หนูๆจะได้นั่งโต๊ะกินข้าวที่ทำจากเหล็กใช้กันเป็นปีไม่มีทรุดแน่นอน หันมาดูทางทีมนวดเรียกว่าสอนกันทุกกระบวนท่าจริงๆเพื่อพี่น้องบ้านแก่วตาวแต่ยังๆไม่พอครับ ทางพี่ไพโรจน์ได้
เตรียมอปกรณ์ที่ใช้เจาะเลือดเพื่อตรวจสอบสารพิษในร่างกายเนื่องจากพี่น้องในชุมชนใช้สารเคมีในเกษตรกรรม (ทุกบ้าน) โดยสามารถที่จะรู้ผลภายในวันนั้นเลยที่เดียว พี่น้องส่วนใหญ่ที่เจาะจะเป็นวัยกลางคนจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ เนื่องจากวัยแรงงานยังไม่กลับจากไร่ รวมที่เจาะวันนี้ 88 คนครับ และหน้าใจหายจริงกับผลที่ออกมา ปลอดภัย 6 คน ไม่ปลอดภัยและมีความเสี่ยง 82 คน คืนนี้เราเลยต้องมีการจัดหนักในส่วนของการให้ความรู้และต้องให้พี่น้องได้ตระหนักถึงโรคที่จะเกิดจากการใช้สารเคมีในการเกษตรซะแล้วครับ
หลังจากกินข้าวแลง (ข้าวเย็น) กันเสร็จเรียบร้อย หมอบอย และ พี่ไกรลาศ ฝ่ายเวชปฎิบัติครอบครัวและกรรมการสิ่งแวดล้อมที่ตามมาสมทบในช่วงเย็น ก็เริ่มพูดคุยในส่วนของปัญหาในชุมชนที่คณะสำรวจได้ลงมาเก็บข้อมูลในพื้นที่ 2 ครั้ง ก่อนมาออกกิจกรรม มีเรื่องของขยะและสารเคมี ที่ต้องบอกว่าพี่น้องในชุมชนมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคในอีกไม่กี่ 10 ปีข้างหน้าแน่นอนถ้าไม่ป้องกันและดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ มีการเชิญ ตัวแทน อบต. ครู ผู้ใหญ่บ้าน มารับฟังปัญหาและให้พี่น้องช่วยกันออกความเห็นร่วมกัน หลายคนที่ได้รู้ผลการเจาะเลือดที่ผ่านมาในช่วงเย็น มีความวิตกกันอย่างเห็นได้ชัด โดยมีพี่ไกรลาศและพี่นก ทำหน้าที่พิธีกรอย่างเข้มแข็ง หมอบอยคอยช่วยเสริมและปลุกใจชาวบ้านให้เห็นถึงสิ่งที่ชุมชนต้องช่วยกันจนเวลาล่วงเลยมาพอสมควรจึงแยกย้ายกันไป ส่วนทีมน้องใหม่มีการสรุปกิจกรรมและถึงเวลาพักผ่อนซักที อิอิ หาวแล้วก็หาว กัน แบบเพลียๆครับ
ช่วงเช้าของวันที่สอง 29 ส.ค. 54 หลังจากที่เราเคารพธงชาติและสวดมนต์ไหว้พระกันเป็นที่เรียบร้อย (บรรยากาศเก่าๆดีจัง) กิจกรรมนักสืบสบายน้ำน้อยก็เริ่มขึ้นโดยเราแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 2 ทีม โดยมีพี่เลี้ยงในทีมและคุณครู ร.ร.บ้านแก่วตาวเข้าร่วมดูแลเด็กและเรียนรู้ร่วมกัน โดยพี่ไกรลาศ พาเด็กๆไปสำรวจสายน้ำในหมู่บ้าน ส่วนพี่เปียสำรวจอยู่ที่โรงเรียน เพื่อดูสัตว์เล็กน้ำจืดที่อาศัยอยู่ และนำเป็นผลลัพธ์เพื่อดูว่าน้ำในชุมชนอยู่ในระดับที่น่าพอใจหรือไม่ เด็กๆเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างสนุกสนานเนื่องจากเพิ่งมีโอกาสได้ทำครั้งแรกทำเอาพี่สนุกสนานไปตามๆกัน อธิบายขั้นตอนและวิธีทำต่างๆ สำคัญก็คือ สัตว์ที่ขึ้นมาเราต้องเอาเขากลับสู่น้ำอย่างปลอดภัยนะครับ สอดแทรกเรื่องราวต่างๆได้อีกมากมายเลยครับกิจกรรมนี้ เอ้าส่องกันเข้าไป
อีกกิจกรรมที่ควบคู่ไปกับนักสืบสายน้ำก็คือ หนังสือเล่มแรกของหนู หรือ bookstart ซึ่งทางทีมได้เชิญแม่เด็กตัวเล็ก ตัวน้อยมาทำความเข้าใจกับกิจกรรมที่เป็นการปลูกผังให้เด็กรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์และฝึกพัฒนาการโดยมีคุณแม่เป็นคนอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟัง โดยเด็กที่ยังเล็กจะเป็นหนังสือภาพสีเรียกความสนใจของเด็กๆได้ดีทีเดียว เด็กๆจะได้คุ้นเคยกับหนังสือไงครับ อิอิ พร้อมกันนี้ยังมอบหนังสือให้คุณแม่แต่ละท่านไปไว้อ่านที่บ้านด้วยนะครับ น่ารักทั้งคนสอนคนเอาไปอ่านเลย อิอิ


กิจกรรมนักสืบสายน้ำน้อยดำเนินไปพร้อมกับหนังสือเล่มแรกของหนู แต่ในส่วนของทีมงานอีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังขมักเขม่นร่วมกับชาวบ้านในชุมชนช่วยกันขนดินบ้าง ขุดดินบ้าง และก่ออิฐเพื่อทำแปลงผักให้กับโรงเรียนเพื่อลดค่าใช้จ่ายในโครงการอาหารกลางวัน จนเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงกิจกรรมก็พักชั่วขณะเพื่อกินข้าวเติมพลังให้กับพี่ๆทีมงานที่เรียกว่าหนักเอาเบาสู้กันจริงๆ โดยในช่วงบ่ายเรายังต้องมีการจัดสถานที่เพื่อรองรับพี่น้องที่จะมาร่วมกิจกรรมกลางคืนและมีสรุปกิจกรรมนักสืบสายน้ำในช่วงบ่ายของวันที่สอง
ติดตามตอนสุดท้ายนะครับ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายสำหรับการไปออกค่ายน้องใหม่ปีนี้ พบกันอีกทีตอนสุดท้ายครับผม (กินแล้วก็นอนพักผ่อนกายา อิอิ)

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ค่ายยุพราชสู่ชุมชน ปี54 บ้านแก่วตาว ตอน 1





โดยเรานัดกันไว้ที่ 07:00 น. แต่กว่าจะรวมพลได้จริงก็เลยมาเกือบหนึ่งชั่วโมง หลังจากที่จัดสัมภาระและอุป

กรณ์ต่างๆขึ้นรถเรียบร้อย ผู้อำนวยการ รพร. ด่านซ้าย หมอภักดี (หมอจิ๋ว) ได้บอกกับพวกเราก่อนเดินทาง

ทุกครั้งหรือทุกรุ่น (เผอิญเป็นน้องใหม่แทบทุกปี) คืออยากให้เราไปทำความรู้จักกับชาวบ้าน เรียนรู้วิถีการใช้

ชีวิตในพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมืองและมองให้เห็นถึงความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่แตก

ต่างกันไปตามความสลับซับซ้อนของภูมิประเทศในด่านซ้าย และให้เกิดความเข้าใจประกอบกับการเรียนรู้

ร่วมกันอันจะก่อให้เกิดการมองในหลายมิติสุขภาพของคนในชนบท




หลังจากนั้นการเดินทางก็เริ่มขึ้น หลายคนมีสีหน้าที่อิดเอียนอย่างเห็นได้ชัดก่อนการเดินทาง

เนื่องจากเมื่อคืนต้องจัดเตรียมของทุกอย่างที่จะไปออกค่ายไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าและสิ่งของที่เตรียมไว้เพื่อทำ

กิจกรรมกับพี่น้องในชุมชน ระยะทาง 42 กิโลเมตรไม่ไกลเลยสำหรับพื้นผิวที่ราบในเมืองใหญ่ แต่... ที่เราจะ

ไปนั้นต่างกันโดยวัดจากพาหนะที่เราวิ่งแซงมาหลังจากเลี้ยวขวาออกจากถนนใหญ่ทางเข้าหมู่บ้านที่เราไป





ถึงแม้จะเดินทางไปสำรวจมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่หลายคนก็มีอาการเมารถอย่างห็นได้ชัด นั่ง

หลับตา นั่งทางใน พยายามกลั้นความรู้สึกในลำคอที่สามารถจะทยานออกมาให้อีกหลายคนได้ทำตาม

แต่...เราก็ผ่านพ้นมาได้ไม่อายใคร อิอิ จนถึงบ้านแก่วตาว บ้านที่ระยะทางไม่น่าเป็นอุปสรรคแต่จากที่พี่น้อง

ในชุมชนบอกว่ามีเด็กหลายคนคลอดในรถหลายครั้งก่อนจะไปถึงรพ.

ถึงแล้ว...ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมที่เราเตรียมมา ทางโรงเรียนบ้านแก่วตาว ได้มีการต้อนรับอย่างเป็นทาง

รู้สึกตัวเองสำคัญยังไงยังงั้น โดยผู้อำนวยการโรงเรียนได้กล่าวแนะนำตัวบุคลากรประจำโรงเรียน ผอ.และ

นักการภารโรง เป็นผู้ชาย ที่เหลือเป็นครูผู้หญิงทั้งหมด 4 คน โดยมีนักเรียนทั้งหมด 40 กว่าคน สอนตั้งแต่

ก่อนวัยเรียนจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 แต่ปีนี้ไม่มีเด็ก ป.6 ซักคน หลังจากนั้นทีมน้องใหม่ก็เริ่มแนะนำตัวเอง

และถึงวัตถุประสงค์การมาออกค่ายในครั้งนี้โดยมีการส่งตารางกิจกรรมมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว








หลังจากการต้อนรับเราก็นำของทุกอย่างเก็บรวมไว้ที่โรงเรียนก่อนเพื่อที่จะเข้าไปคลุกคลีตีโมงกับ

คนในหมู่บ้านโดยใช้ความ ช่างเจรจา รอยยิ้ม สองมืออ่อนๆ และ คำว่า "หมอ" เพื่อบอกกับเขาว่าเรามาทำ

อะไร เพื่อใคร ทำไม แต่ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้วครับ เราลงความเห็นกันว่า "กองทัพต้องเดินด้วยท้อง" เพราะ

ฉะนั้น ขณะนี้ถึงเวลาอร่อยแล้วซิ





บทความครั้งหน้าผมจะพาท่านรู้จักหน้าค่าตาน้องใหม่และกิจกรรมต่างๆที่เราไปทำกันแต่ตอนนี้ผมขอ

เวลาไปสวาปาม (จัดหนัก) กับเพื่อนร่วมทีมก่อนนะคร้าบ

ปล. ติดตามตอนต่อไปนะครับ